Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
351 research outputs found
Sort by
การส่งเสริมเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรชาวสวนยางในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระบบการทำฟาร์มสวนยางของเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย (1) ระบบการทำฟาร์มสวนยางเชิงเดี่ยว (2) ระบบการทำฟาร์มสวนยางร่วมกับปลูกพืชแซม (3) ระบบการทำฟาร์มสวนยางที่มีการปลูกข้าว (4) ระบบการทำฟาร์มสวนยางที่มีไม้ผลร่วม (5) ระบบการทำฟาร์มสวนยางร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ และ (6) ระบบการทำฟาร์มสวนยางร่วมกับกิจกรรมการเกษตรผสมผสาน ในส่วนของการส่งเสริมเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรดังกล่าวดำเนินการใน 6 รูปแบบ ประกอบด้วย (1) รูปแบบการฝึกอบรมและเยี่ยมเยียน (2) รูปแบบการบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (3) รูปแบบการมีส่วนร่วม (4) รูปแบบการบูรณาการ (5) รูปแบบลักษณะเฉพาะ และ (6) รูปแบบการส่งเสริมการเกษตรแบบอื่นๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในด้านกระบวนการสื่อสารและสื่อที่ใช้ในงานส่งเสริมการเกษตรประกอบด้วยสื่อเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่มบุคคล และมวลชน โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ ผู้ส่งสาร สาร ช่องทางในการสื่อสาร และเกษตรกรผู้รับสาร และประเด็นมิติการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรชาวสวนยาง พิจารณาใน 5 ด้าน ประกอบด้วยมิติด้าน เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม จิตใจ และสังคมคำสำคัญ : การส่งเสริม การพึ่งพาตนเอง เกษตรกรชาวสวนยาง สามจังหวัดชายแดนภาคใต
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนในการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง นโยบายการเงิน การคลัง และการค้าระหว่างประเทศ โดยใช้วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับเทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2556 ร.ร.ญ.ส. จ.สงขลา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน กับหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง นโยบายการเงิน การคลัง และการค้าระหว่างประเทศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับการใช้เทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมัย 2) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/8 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ที่เรียนรายวิชา ส 32102 เศรษฐศาสตร์ จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1)แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา ส 32102 เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง นโยบายการเงิน การคลัง และการค้าระหว่างประเทศ จำนวน 20 คาบ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบทดสอบวัดความคงทนในการเรียนรู้ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับเทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมัย มีความคงทนในการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักเรียน ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับเทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมัย อยู่ในระดับคุณภาพมากคำสำคัญ : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียนรู้ วิธีสอนแบบบรรยายร่วมกับเทคนิคกราฟิกและสารสนเทศร่วมสมั
การจำลองสมการคณิตศาสตร์ของกระบอกสูบลมแบบ 2 ทิศทาง
บทความวิชาการนี้นำเสนอการศึกษาการจำลองสมการคณิตศาสตร์ของกระบอกสูบแบบ 2 ทิศทาง โดยได้ทำการศึกษาและเปรียบเทียบจากบทความวิจัยที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละบทความจะใช้จำนวนตัวแปรที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการนำสมการคณิตศาสตร์ไปใช้งานในการควบคุมตัวแปรอะไร เช่น การควบคุมตำแหน่งการเคลื่อนที่ การควบคุมกำลังกดจากกระบอกสูบลม หรือการควบคุมความเร็วในการเคลื่อนของลูกสูบ ซึ่งตัวแปรสำคัญของการควบคุมจะมีจำนวนไม่เท่ากันและความต้องการความแม่นยำของการควบคุมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ในการกำหนดจำนวนตัวแปร จากการศึกษาพบว่าสมการคณิตศาสตร์โดยหลักของกระบอกสูบลมแบบ 2 ทิศทางจะมีจำนวนตัวแปรที่เหมือนกันโดยจะประกอบด้วย ส่วนที่ 1 คือสมการแสดงอัตราการไหลเข้าและออกของลม ประกอบด้วยตัวแปรหลักคือ พื้นที่หน้าตัดของรูลม (A) และแรงดันลม (P) ส่วนที่เหลือก็เป็นค่าคงที่ของก๊าซ ส่วนที่ 2 คือสมการสะสมพลังงานในห้องลม จะประกอบด้วยปริมาตรห้องลม (V) และอัตราการไหลของลม (G) ซึ่งกระบอกสูบลมแบบ 2 ทิศทางจะประกอบด้วย 2 ห้องลม ดังนั้นสมการห้องลมทั้ง 2 จะถูกเชื่อมต่อด้วยสมการส่วนที่ 3 คือสมการการเคลื่อนที่ของลูกสูบโดยผลต่างของการสะสมพลังงานจะก่อให้เกิดแรงและการเคลื่อนที่ของกระบอกสูบลมคำสำคัญ : สมการคณิตศาสตร์ กระบอกสูบลมแบบ 2 ทิศทา
การศึกษาความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในเขตกรุงเทพมหานคร
การวิจัยเชิงบรรยายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง และ 2) เปรียบเทียบความตระหนักรู้ของผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง โดยจำแนกตาม เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ และประสบการณ์เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง โดยทำการศึกษาในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ จำนวน 384 คน แผนกผู้ป่วยนอกจากโรงพยาบาล 4 แห่ง เขตกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างเป็นขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ที่มี 3 องค์ประกอบ คือ แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ความเชื่อเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และ แบบสอบถามประสบการณ์เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง เครื่องมือทุกฉบับได้รับการตรวจสอบเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน และหาค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบราค เท่ากับ .88 .85 .85 และ.86 ตามลำดับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมีความตระหนักรู้อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 36.42 (S.D. = 5.31) และ 2. ความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบตาม อายุ (F = 8.28, p <.05) ระดับการศึกษา (F= 25.71, p <.05) รายได้ (F= 22.27, p<.05) และประสบการณ์เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองด้านปัจจัยเสี่ยง (F=32.07, p<.05) ด้านอาการเตือน (F=29.30, p <.05) และด้านการรักษา (F=23.98, p <.05)คำสำคัญ : ความตระหนักรู้ โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มเสี่ย
การแก้ปัญหาการเลือกสถานที่ตั้ง
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการเลือกสถานที่ตั้งโดยมุ่งเน้นอธิบายถึงลักษณะของปัญหาแบบต่างๆ และวิธีการที่ใช้ในการแก้ปัญหา จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า การแก้ปัญหาการเลือกสถานที่ตั้งอาจแบ่งได้เป็น 2 แนวทาง คือ การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ซึ่งมีส่วนที่จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับทรัพยากรการผลิตและปัจจัยที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอีกด้วย จึงทำให้การแก้ปัญหาการเลือกสถานที่ตั้งที่เหมาะสมนั้น พบว่ามีทั้งแบบที่เป็นวิธีการแก้ด้วยวิธีที่ได้คำตอบที่ดีที่สุด และวิธีการประมาณค่า แบบ ฮิวริสติกและเมตาฮิวริสติก พร้อมทั้งการกำหนดตัวแบบทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดของกระบวนการหาสถานที่ตั้งที่เหมาะสมและแนวโน้มของการแก้ปัญหาผู้วิจัยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นเพื่อพัฒนาวิธีการแบบฮิวริสติก เนื่องจากใช้หลักการที่ง่าย และใช้เวลาในการคำนวณหาคำตอบสั้นกว่า รวมถึงมีคุณภาพของคำตอบที่ดีคำสำคัญ : ปัญหาการเลือกสถานที่ตั้ง วิธีการหาคำตอบที่ดีที่สุด วิธีการฮิวริสติก วิธีการเมตาฮิวริสติ
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ
มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การทบทวนวรรณกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี กลุ่มตัวอย่างคือวิทยานิพนธ์และรายงานการวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระหว่างปี ค.ศ. 2000 - 2012 จำนวน 12 เรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสรุปคุณลักษณะงานวิจัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลการสังเคราะห์สรุปได้ว่า เน้นงานที่มีความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในระดับ 3 – 4 และส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในต่างประเทศ (ร้อยละ 75) กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย (ร้อยละ 76.7) ช่วงอายุ 21-90 ปี ส่วนปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี ประกอบด้วย ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ เพศ รายได้ ปัจจัยด้านสุขภาพ ได้แก่ อาการ กลุ่มอาการ ความรุนแรงของโรค และการกลับมาเป็นก้อนมะเร็งซ้ำ ปัจจัยด้านจิตสังคม ได้แก่ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกไม่แน่นอน และแรงสนับสนุนทางสังคม ปัจจัยด้านการทำหน้าที่ ได้แก่ การทำหน้าที่ด้านร่างกาย และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ผลการวิจัยเชิงเอกสารนี้สามารถนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการพยาบาลโดยคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องและพัฒนางานวิจัยทางการพยาบาลเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีคำสำคัญ : ผู้ป่วยมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี คุณภาพชีวิต การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบ