50 research outputs found

    พัฒนาเรื่องวรรณะ 4 หลักการปกครองในคัมภีร์พระเวท

    No full text
                บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการเรื่องวรรณะ 4 หลักการปกครองในคัมภีร์พระเวท ผลการศึกษาพบว่า วรรณะ 4 เกิดจากความเชื่อทางศาสนาของชนเผ่าดราวิเดียนกับชนเผ่าอารยัน เกี่ยวกับเรื่องพระเจ้าสูดสุดคือพระพรหมผู้สร้างโลกสร้างมนุษย์ในคัมภีร์พระเวท โดยชาวอารยันสร้างวรรณะ 4 ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลักปกครองสังคมและเพื่อกีดกันหรือป้องกันไม่ให้พวกดราวิเดียนกลืนเผาอารยันด้วยการแต่งงานกันข้ามเผ่า ดังนั้น ชาวอารยันจึงสร้างวรรณะ 4 ขึ้นมาเพื่อความคุมและตัดรอนสิทธิและอำนาจของชนชนเผาดราวิเดียน โดยอ้างว่า พระพรหมสร้างพราหมณ์ ขึ้นมาจากปาก เพื่อสั่งสอนแทนพระองค์ สร้างกษัตริย์ขึ้นมาจากแขนเพื่อปกครองมนุษย์แทนพระองค์ สร้างแพศย์ขึ้นมาจากตะโพกของพระองค์เพื่อจัดการเรื่องอาหารและการค้าขาย และสร้างพวกศูทรซึ่งเป็นชนเผ่าดราวิเดียนขึ้นมาจากเท้าเพื่อรับใช้คนทั้ง 3 วรรณะข้างต้นซึ่งเป็นชนเผ่าอารยัน และตัดสิทธิ์ต่างๆทางสังคม เช่น การศึกษาในศาสตร์ต่างๆ วรรณะศูทรไม่มีสิทธิ์ศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น และห้ามการแต่งงานข้ามวรรณะเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวดราวิเดียนแต่งงานกับชาวอรยันอี

    การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ: บูรณาการนวัตกรรมดิจิทัลในการยกระดับคุณภาพการศึกษา

    No full text
    บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและกรอบการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการศึกษาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การวิเคราะห์ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศ 2) การพัฒนาระบบการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 3) การสร้างวัฒนธรรมดิจิทัลในสถานศึกษา 4) การบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และ 5) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในการบริหารสถานศึกษา บทความนี้นำเสนอกรณีศึกษาของสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน This academic article aims to present concepts and frameworks for developing the use of information technology for educational institution management towards excellence under the context of rapid technological and educational changes. The analysis covers five key areas 1) data and information management 2) development of teaching and learning systems with digital technology 3) creation of digital culture in educational institutions 4) human resource management using information technology and 5) application of artificial intelligence technology in educational institution management. This article presents case studies of educational institutions that have successfully implemented information technology in their management, along with recommendations for integrating information technology to enhance educational quality and sustainable excellence in educational institution management

    แนวทางการจัดการความรู้ส่วนบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา

    No full text
    บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการจัดการความรู้ส่วนบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งการจัดการความรู้ นับเป็นแนวคิดการบริหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตนั้นการจัดการความรู้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นเครื่องมือการรวบรวมข้อมูล และค้นหาข้อมูล แต่เฉพาะเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่ช่วยให้การจัดการความรู้ประสบความสำเร็จได้ เพราะยังมีปัจจัยคุณภาพของคน และวัฒนธรรมองค์กรที่มีความสำคัญมากในการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการความรู้ ผลจากการศึกษาพบว่าแนวทางการจัดการความรู้ส่วนบุคคล ของผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนประถมศึกษา ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้บริหารมีการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ จัดการอบรมและกิจกรรม PLC ให้ครูและบุคลากรมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน มีการติดตามผลและกำกับดูแลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2) ด้านการประยุกต์และนำไปใช้ ผู้บริหารมีการจัดทำระบบการจัดเก็บสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว 3) ด้านการค้นหาความรู้ ส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากรในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสืบค้นข้อมูล สร้างระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เป็นระเบียบ เข้าถึงได้ง่ายและค้นหาสะดวก 4) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้บริหารสร้างระบบการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ โดยใช้เทคโนโลยีในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศออนไลน์เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกทันสมัย 5) ด้านการบริหารและจัดเก็บความรู้ พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้จัดการและบันทึกข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดมาตรฐานการบันทึกและการจัดการข้อมูล เพื่อให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติตามแบบแผนเดียวกั

    พุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

    No full text
    บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับพุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด จำแนกตาม เพศ อายุ และระดับการศึกษา 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะแนวทางในการนำพุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่น ครูผู้ดูแลเด็ก คณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้นำชุมชน ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 175 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 0.67-1.00 และมีความเชื่อมั่นเท่ากับ .93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ได้แก่ ค่า t-test และ F-test                ผลการวิจัยพบว่า 1. พุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติพุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำแนกตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3. ข้อเสนอแนะพุทธบูรณาการการบริหารงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ชุมชน/มีความยินดีให้ผู้ปกครอง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องด้วยความเที่ยงธรรม ผู้บริหารควรมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานจัดการศึกษาเด็กเล็กอย่างถ่องแท้และความจัดอบรมบุคลากรอย่างสม่ำเสม
    corecore