Museum Siam Digital Repository
Not a member yet
794 research outputs found
Sort by
Objects, Museums, and Restitution
The last 150 years has seen extensive looting and illicit trafficking of Southeast Asia's cultural heritage. Art objects from the region were distributed to museums and private collections around the world. But in the 21st century, power relations are shifting, a new awareness is growing, and new questions are emerging about the representation and ownership of Southeast Asian cultural material located in the West. This book is a timely consideration of object restitution and related issues across Southeast Asia, bringing together different viewpoints including from museum professionals and scholars in Cambodia, Thailand, Vietnam and Indonesia—as well as Europe, North America and Australia. The objects themselves are at the centre of most narratives from Khmer art to the Mandalay regalia (repatriated in 1964), Ban Chiang archaeological material and the paintings of Raden Saleh. Legal, cultural, political and diplomatic issues involved in the restitution process are considered in many of the chapters; others look at the ways object restitution is integral to evolving narratives of national identity. The book's editors conclude that restitution processes can transform narratives of loss into opportunities for gain in building knowledge and reconstructing relationships across national borders.List of Figures - vii, Foreword xiii Acknowledgements - XV, INTRODUCTION: COLLECTING AND RETURNING SOUTHEAST ASIA'S PAST - 1
PARTI: ARTEFACT OWNERSHIP
THE SELLING OF KHMER ARTEFACTS DURING THE COLONIAL ERA: QUESTIONING THE PERCEPTION OF KHMER HERITAGE THROUGH A STUDY OF TRADED KHMER ART PIECES (1920s-1940s) - 41, THE LOOTING OF KOH KER AND THE RETURN OF THE PRASAT CHEN STATUES - 62, WHO OWNS BAN CHIANG? THE DISCOVERY, COLLECTION AND REPATRIATION OF BAN CHIANG ARTEFACTS - 87
PART II: OBJECT BIOGRAPHIES AND COLONIAL LEGACIES
ON THE ROAD BACK TO MANDALAY: THE BURMESE REGALIA - SEIZURE, DISPLAY AND RETURN TO MYANMAR IN 1964 - 111, BRIDGING THE GAPS: THE POLITICS OF DISPLAY AT THE ĐỒNG DƯƠNG BUDDHIST ART GALLERY,
ĐÀ NĂNG MUSEUM OF CHAM SCULPTURE - 139, RESTITUTION AND NATIONAL HERITAGE: (ART) HISTORICAL TRAJECTORIES OF RADEN SALEH’S PAINTINGS - 163, RETURNS BY THE NETHERLANDS TO INDONESIA IN THE 2010S AND THE 1970s
Jos van Beurden - 187
PART III: MUSEUMS, RESTITUTION, AND CULTURAL IDENTITIES
THE RETURN OF CULTURAL PROPERTY AND NATIONAL IDENTITY IN POSTCOLONIAL INDONESIA - 213, PLAI BAT: RECLAIMING HERITAGE, SOCIAL MEDIA, AND MODERN NATIONALISM - 235, MYANMAR, MUSEUMS, AND REPATRIATION OF CULTURAL HERITAGE - 264
List of Contributors - 288
Index 29
Digital access and museums as platforms
Digital Access and Museums as Platforms draws on interviews with museum practitioners, along with a range of case studies from public and private institutions, in order to investigate the tensions and benefits involved in making cultural collections available using digital technologies. Taking a media and critical studies approach to the museum and raising questions about the role of privately-owned search engines in facilitating museum experiences, the book questions who collects what, for whom objects are collected and what purpose these objects and collections serve. Connecting fieldwork undertaken in Australia and New Zealand with the global practices of technology companies, Wilson-Barnao brings attention to an emerging new model of digital ownership and moderation. Considering the synergising of these institutions with media systems, which are now playing a more prominent role in facilitating access to culture, the book also explores the motivations of different cultural workers for constructing the museum as a mediatised location. Digital Access and Museums as Platforms will be of interest to academics and students working in the fields of museum studies, art, culture, media studies and digital humanities. Weighing in on conversations about how technologies are being incorporated into museums, the book should also be useful to practitioners working in museums and galleries around the world. -- Provided by publisher.Introduction: From the analogue to digital museum -- The logic of open access to culture -- From sensory to sensing museum -- From museum to platform -- Negotiating museums as platforms
แนะนำหนังสือ : ตำนานอาหารโลก : เบื้องหลังจานโปรดโดนใจคนทั่วโลก [TX 355 จ82 2557]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.256521 กรกฎาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันจังก์ฟู้ด (National Junk Food Day) เพื่อฉลองให้กับอาหารจังก์ฟู้ดที่เข้ามามีบทบาทต่อวัฒนธรรมการกินของชาวตะวันตกตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ก่อนจะแพร่ไปยังหลายภูมิภาค หลายประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน
รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพแต่หลายคนก็ยังชอบกินและพ่ายแพ้ให้กับความเอร็ดอร่อยของ ‘จังก์ฟู้ด’ หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า ‘อาหารขยะ’ อาหารจานด่วนที่ส่วนประกอบหนักไปทางน้ำตาล แป้ง เกลือ ไขมัน อันเป็นตัวการก่อโรคภัยต่างๆ มากมาย วันนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับการกินจังก์ฟู้ดอย่างไร้กฎเกณฑ์ คุณสามารถกินพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด น้ำอัดลม ฯลฯ ได้ตามใจต้องการโดยไม่ต้องมาคอยนับแคลอรีหรือรู้สึกผิดกับตัวเอง
ห้องคลังความรู้ขอเสนอหนังสือ ตำนานอาหารโลก : เบื้องหลังจานโปรดโดนใจคนทั่วโลก ที่มาเล่าเรื่องเบื้องหลังของอาหารต่างๆ ตั้งแต่ อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารอินเดีย อาหารอิตาเลียน อาหารจีน เครื่องดื่ม ของหวาน และรวมถึงอาหารจานด่วน ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ฉบับทันใจของอาหารจานด่วน คนรับรู้กันทั่วไปว่าแฮมเบอร์เกอร์ เป็นอาหารตัวแทนของอเมริกา แต่แท้จริงแล้วมาจากสูตรอาหารของผู้อพยพชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 ที่โดยสารเรือของแฮมเบิร์ก อเมริกา ไลน์ ไม่นานชาวนิวยอร์ก ก็เรียกอาหารนี้ว่าแฮมเบอร์เกอร์ หรือเรื่องเคบับ ที่มาจากดาบเสียบเนื้อเอาไปย่างเตาไฟของทหารตุรกี เรื่องการกินฟิชแอนด์ชิป เรื่องของไส้กรอกเยอรมัน เฟรนช์ฟรายส์ของคนเบลเยียม กาแฟเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นโลก แยมผิวส้มเกี่ยวอะไรกับราชินีประชวร? สาวกซาตานเป็นผู้คิดค้นแซนด์วิชจริงหรือ ? ใครเป็นผู้ริเริ่มปิกนิก? ไข่สกอตช์มาจากสกอตแลนด์หรือเปล่า ? ทำไมครัวซองต์เป็นรูปจันทร์เสี้ยว
แนะนำหนังสือ : จาก 14 ถึง 6 ตุลาและทองปาน [DS 575.35 จ 63 2549]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 6 ตุลาคม 2565เลขเรียกหนังสือ DS 575.35 จ 63 2549
บันทึกประวัติศาสตร์สังเขปของเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 กับสารคดีจำลองจากชีวิตจริงของทองปาน ชาวนายากจนในอีสานที่ทั้งลูกและเมียถูกบีบบังคับให้ต้องทิ้งที่นาซ้ำสอง ด้วยข้ออ้าง “จำยอม” ของการสร้างเขื่อน เพื่อการพัฒนา “กระแสหลัก
แนะนำหนังสือ : คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย [CT 1548.จ 67 2552]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 5 พฤษภาคม 25655 พฤษภาคม รำลึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ “ พฤษภา ห้าร้อยเก้า แดดลบเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้างกองเกวียน ..” บางส่วนจาก เพลง จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิดนักเขียนที่เสียชีวิตจากการถูกล้อมปราบเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509
ชายสวมแว่นท่าทางคงแก่เรียนคนนี้เป็นใคร ? จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจดจำเขาในฐานะนิสิตที่ถูกโยนบก ! เพื่อนร่วมสถาบันบางกลุ่มและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองส่วนหนึ่งตราหน้าว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ ทว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไม่เคยรับเขาเข้าเป็นสมาชิกพรรค เขาเป็นนักปฏิวัติที่จับอาวุธออกไปรบถึงแนวหน้า เขาอุทิศชีวิตเพื่อสิ่งที่ศรัทธา หรืออาจเป็นเพียงผู้มีความคิดเสรีที่ถูกสถานการณ์ทางการเมืองบีบบังคับ กระทั่งตกเป็นเหยื่อของสังคมที่ปิดแคบ ผู้คนรู้จักเขาในฐานะนักคิด นักเขียน กวี นักแต่งเพลง เขารอบรู้ลึกซื้งในศาสตร์และศิลป์หลายแขนง อาทิ เช่น ภาษา ศาสนา ปรัชญา ประวัติศาสตร์ ทฤษฎีการเมือง รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักประวัติศาสตร์ฝรั่งกล่าวถึงเขาว่าเป็นผู้ “เกิดสองครั้ง” ในฐานะชีวิตและในนามตำนาน ขณะที่นักประวัติศาสตร์ไทยให้คำนิยามเขาว่าเป็น “ผู้มาก่อนกาล”
ชายคนเดียวกันนี้คือ วีรบุรุษในใจคนหนุ่มสาวยุค 14 ตุลา 16 เป็นนักรบของคนรุ่นใหม่ เป็นนักมนุษยธรรม
รวมทั้งอาจเป็นผู้เคราะห์ร้ายแห่งศตวรรษ หรือเป็นอัจฉริยชนที่หาได้ยากในรอบหลายร้อยป
แนะนำหนังสือ : สงครามโลก 1,2 [ฉบับสมบูรณ์] World War I,II ประวัติศาสตร์การเข่นฆ่าที่โลกต้องเรียนรู้ [D 521 .ว65 2555]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 27 มกราคม 2565วันที่ 27 มกราคม เป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าในยุคสมัยใด การทำสงคราม ย่อมมีผู้บาดเจ็บล้มตาย การสูญเสีย ความโหดร้ายของสงครามนำมาสู่การเข่นฆ่าอย่างไร้ความปราณี ในสมัยสงครามโลกครั้ง 2 มีรอยบาดแผลสำคัญที่จารไว้ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คือ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวโดยนาซี ซึ่งรวมไปถึงการฆ่าผู้คนในค่ายกักกันในกรณีต่างๆ อย่างไร้มนุษยธรรม
การล้างชาติพันธุ์โดยนาซีได้สังหารชาวยิว ในทวีปยุโรปเป็นจำนวนอย่างน้อย 6 ล้านคน รวมไปถึงเชื้อชาติอื่นๆ อีกที่ถูกพวกนาซีลงความเห็นว่าเป็นพวกที่ “ไม่คู่ควร” “หรือต่ำกว่ามนุษย์” (รวมไปถึงผู้ที่ทุพพลภาพ ผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต เชลยสงครามโซเวียต พวกรักร่วมเพศ สมาคมฟรีเมสัน ผู้นับถือลัทธิพยานพระเยโฮวาห์และชาวยิปซี) โดยเป็นส่วนหนึ่งของการถอนรากถอนโคนอย่างจงใจ และได้รีบการดดำเนินการโดยรัฐบาลฟาสซิสต์นาซี นำโดย อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ นอกจากนี้ในที่อื่นๆ ก็มีค่ายกักกันของเชลยชาวโซเวียต เชลยสงครามชาวเยอรมัน เชลยสงครามชาวจีนของทหารญี่ปุ่น สงครามเป็นเครื่องเตือนใจว่ามนุษย์ควรมีทางเลือกที่จะปฏิบัติต่อมนุษย์ผู้เป็นคู่ขัดแย้งด้วยการเคารพในความเป็นมนุษย์ของเขาผู้นั้น เช่นเดียวกับหรือเท่ากับการเคารพตนเองได
แนะนำหนังสือ : The British Museum:London [N 1033 OC 51 2004]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 19 พฤษภาคม 2565เมืองทั้งเมืองสามารถเป็นพิพิธภัณฑ์ได้หรือเปล่า ?
เนื่องจากวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นวันวันพิพิธภัณฑ์สากล (International Museum Day) กบแดงจึงอยากจะแนะนำหนังสือซึ่งเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ลักษณะใหม่ ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ทุกคนอาจจะคุ้นเคยพิพิธภัณฑ์ที่เป็นตึกอาคาร แต่วันนี้กบแดงจะพาทุกคนมาชมพิพิธภัณฑ์ที่ชื่อ “เมืองลอนดอน” ใช่ครับ ทุกคนอ่านไม่ผิด เมืองแห่งนี้คือพิพิธภัณฑ์
“When a man is tired of London, he is tired of life; for there is in London all that life can afford.”
-Dr. Samuel Johnson-
The British Museum: LONDON โดย Sheila O’Connell เป็นหนังสือที่รวบรวมภาพวาด ภาพถ่าย รวมไปถึงกาพย์กลอนที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์มาร้อยเรียงเป็นหนังสือนำชมสถานที่ต่าง ๆ ในลอนดอน ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ อาคาร แหล่งชุมชน หรือแม้แต่ถนนหนทาง พร้อมแทรกคำบรรยายอธิบายความสำคัญและที่มาที่ไปของภาพ ผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ลอนดอน เปิดหนังสือหนึ่งหน้าก็เหมือนกับเดินชมพิพิธภัณฑ์หนึ่งก้าว นอกจากเพลิดเพลินกับภาพวาดและภาพถ่ายแล้ว ยังเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ร่องรอยประวัติศาสตร์อีกด้ว
แนะนำหนังสือ : เราชะนะแล้ว,แม่จ๋า.และกาพย์กลอน “ความเปลี่ยนแปลง” [PL 4209 อ 565 2557 ]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2565ใกล้วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ เพื่อร่วมรำลึกถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูก และของลูกที่มีต่อแม่ ความรักดังกล่าวล้วนสูงค่าและควรแก่การยกย่องยิ่งนัก
กาพย์กลอนเราชะนะแล้วแม่จ๋าและเรื่องความเปลี่ยนแปลง (:ความเปลี่ยนแปลง เป็นงานเขียนวิพากษ์ระบบศักดินา) นายผี ได้ประพันธ์เป็นกาพย์ เขียนในช่วงปีพ.ศ. 2495 (กบฎสันติภาพ 2495)
โดยเรื่อง เราชะนะแล้วแม่จ๋า มาจากแรงบันดาลใจเรื่องราวของ “กรรมกรสตรีผู้หนึ่งได้เสียสละอย่างสูงอันควรแก่การคารวะของผู้ก้าวหน้าทั้งหลาย เธอได้เสียมารดาผู้แก่ชราและหิวโหยกับน้องเล็กๆ ของเธอไปในการยืนหยัดต่อสู้นี้ แต่เธอก็หาหวั่นไหวไม่ แม้ว่าจะเจ็บช้ำและชอกช้ำอย่างแสนสาหัส วีรกรรมของเธอเรียกร้องน้ำตาและความเห็นอกเห็นใจจากประชาชนทั้งประเทศ การเสียสละของเธอเป็นการบุกเบิกที่สูงค่าสำหรับการต่อสู้ของสตรีเพื่ออุดมการอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ใครเล่าจะอาจปฏิเสธการคารวะวีรกรรมของน.ส.เล็ก กรรมกรสตรีในบริษัทอีสต์เอเชียติคผู้นี้ได้?” เมื่อลูกสาวได้ชัยชนะในการต่อสู้เรียกร้องให้นายจ้างขึ้นค่าแรงแล้วก็รีบกลับไปหาแม่ซึ่งกำลังป่วยแต่ก็ไม่ทันได้ช่วยแม่ไว้ แม่ได้จากไปเสียก่อ
แนะนำหนังสือ : Museum Space Where Architecture Meets Museology [NA 6690 T86 2015]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 17 พ.ย. 2565Call no. NA 6690 T86 2015
หนังสือเล่มนี้ นิยามพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สามัญที่ใช้งานร่วมกันระหว่างสถาปัตยกรรมศาสตร์และพิพิธภัณฑ์วิทยา และตัวอาคารพิพิธภัณฑ์กับส่วนจัดแสดง พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งทำให้ผู้เข้าชมสัมผัสเรื่องการเรียนรู้มีประสบการณ์เฉพาะตนในขณะที่บางแห่งใช้วิธีการถ่ายทอดความรู้ให้เล