Museum Siam Digital Repository
Not a member yet
794 research outputs found
Sort by
แนะนำหนังสือ : ชันสูตรประวัติศาสตร์เมื่อคราวสวรรคต [DS570.3.ก1 อ7345 2560]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงเข้าสู่วันใหม่ของวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 แต่ประเพณีของไทยยังไม่นับเป็นวันที่ 26 เนื่องจากยังไม่เข้าสู่เช้าวันใหม่ นั่นเลยทำให้ทุกวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ของราชวงศ์จักรี
จากหนังสือชันสูตรประวัติศาสตร์เมื่อคราวสวรรคต (เลขเรียกหนังสือ DS570.3.ก1 อ7345 2560) แต่งโดย รศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ที่ได้วิเคราะห์เหตุการณ์การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 6 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีการเปรียบเทียบเอกสารจากทั้งฝั่งไทย และเอกสารจากนายแพทย์เมนเดลสัน ซึ่งเป็นหมอต่างประเทศที่ได้เข้ามาทำการรักษาในช่วงเวลานั้น สาเหตุหลักๆเกิดจากการที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้ประชวรเป็นโรคอันตะอักเสบ (ไส้ติ่งอักเสบ) เมื่อครั้งไปทรงศึกษา ณ ประเทศ อังกฤษ โดยพระองค์ถือเป็นคนไข้รุ่นแรกๆของโลกที่ใช้วิธีรักษาแบบเปิดหน้าท้อง การเย็บแผลจึงทำแค่เพียงเย็บที่ผิวหนังด้านนอก ทำให้ผนังหน้าท้องไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เมื่อผนังหน้าท้องเกิดช่องว่างทำให้ลำไส้สามารถที่จะเคลื่อนตัวเข้ามาอยู่ในช่องว่างนี้ได้ ทำให้พระองค์จะต้องพันผ้าแถบที่บริเวณแผล หรือเมื่อเกิดเหตุ “ไส้เลื่อน” ก็จะเป็นหน้าที่มหาดเล็กในการช้อนแผล เพื่อให้รัชกาลที่ 6 ทรงหายอึดอัด
“ผม(ผู้แต่ง)คิดว่าแนวคิดในการรักษาโรคของพระองค์ในครั้งนี้น่าจะมีความผิดพลาดบางประการ การรอให้ฝีสุกงอมจึงค่อยถวายการผ่าตัดอาจใช้ได้ดีในกรณีที่ฝีอยู่ในผิวหนังชั้นนอก ไม่ได้อยู่ในท้องอย่างที่เกิดกับพระองค์จริงๆ เพราะการรอให้ฝีที่อยู่ภายในช่องท้องสุกงอมแล้วจึงผ่าตัด เท่ากับเป็นการเป็นการปล่อยให้การอักเสบติดเชื้อดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยปราศจากการควบคุม การติดเชื้อจึงได้กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆในช่องท้อง และที่สำคัญที่สุดคือเชื้อนั้นได้กระจายสู่กระแสโลหิต”
ท้ายที่สุดพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เสด็จสวรรคต ณ ช่วงเวลา 1 นาฬิกา 45 นาที ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 ด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต สิ่งที่เราได้จากประวัติศาสตร์การสวรรคตครั้งนี้ก็คงเป็นเรื่องของสัจธรรมที่สำคัญ นั่นคือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกผู้ทุกค
แนะนำหนังสือ : พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว [DS579 จ34 2552]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 11 ตุลาคม 2566หากพูดถึงวันปิยมหาราช เชื่อว่าทุกท่านน่าจะทราบว่าเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพระองค์ได้มีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่วันนี้ ห้องคลังความรู้ มิวเซียมสยาม จะขอพาทุกท่านรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 5 มากขึ้น ผ่านงานเขียนสำคัญของพระองค์ ซึ่งก็คือหนังสือ “พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องจดหมายความทรงจำของพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์)”
หนังสือ พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องจดหมายความทรงจำของพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์) เลขเรียกหนังสือ DS579 จ34 2552 เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้มีพระราชวิจารณ์ต่อจดหมายความทรงจำของเจ้าครอกวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของรัชกาลที่ 1 ซึ่งต้องถือว่าเป็นบันทึกส่วนตัวที่มีแต่คนฝ่ายใน หรืออยู่ในรั้วในวังเท่านั้นจะเข้าใจ ซึ่งการที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้มีพระราชวิจารณ์ โดยเป็นการใช้เนื้อหาในบันทึกเปรียบเทียบกับพระราชพงศาวดาร และข้อมูลความรู้ที่พระองค์มีในช่วงเวลานั้น ทำให้คนนอกอย่างเราๆสามารถมองเห็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆผ่านสายตาของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และมีชุดข้อมูลเพิ่มเติมของในหลวงรัชกาลที่ 5 เลยทำให้หนังสือเล่มนี้ช่วยให้เราเห็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้ดียิ่งขึ้
Miss Peregrine's Museum of Wonders by Ransom Riggs (2022, HC) SIGNED 1st Edition
The essential guide to the peculiar world-its strange history, curious customs, and most dangerous secrets-written by Miss Peregrine herself. Kinokuniv
แนะนำหนังสือ : Things Left Behind บทเรียนสุดท้ายที่ผู้ตายไม่ได้บอก [PL992.415.ซ83 ท93 ว36 2565]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 15 พฤศภาคม พ.ศ.2566ระหว่างทางแห่งชีวิต เราต่างมีครอบครัว มิตรภาพ และผู้คนอันเป็นที่รัก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยแสนอบอุ่น และในขณะเดียวกันก็อาจต้องประสบกับความโดดเดี่ยว มีผู้คนที่จากไป หรือผู้คนที่หล่นหายระหว่างการใช้ชีวิตโดยไม่หวนกลับมา บทเรียนสุดท้ายจึงถูกมอบให้กับเราผ่านสิ่งของที่หลงเหลืออยู่.
รู้หรือไม่? หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจของซีรีส์เกาหลีชื่อดัง “Move to Heaven” และในเดือนพฤษภาคมซึ่งมีวันครอบครัวสากล นายกบแดงขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ซึ่งจะพาเราสำรวจชีวิตและความตายผ่านมุมมองอาชีพผู้เก็บกวาดข้าวของผู้ล่วงลับ มีการนำเสนอเรื่องราวของผู้ล่วงลับในหลายๆรูปแบบทั้งความตายท่ามกลางความรักของผู้คนในครอบครัว ความตายที่ไม่มีใครโศกเศร้า หรือความตายจากการถูกปลิดชีพ โดยแฝงข้อคิดให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตตนเอง ครอบครัว และผู้คนรอบข้างมากขึ้น มาร่วมกันค้นหาความหมายที่แท้จริงของชีวิตผ่านสิ่งของที่ถ่ายทอดบทเรียนจากผู้ล่วงลับไปกับหนังสือเล่มนี
Come to our future climate change
The formation of life relies on suitable envaronmental conditions. A stable envaronment facilitates the continuations of life. Geological records indicate that the Earth has experienced five mass extinctions. in spite of these mass extinction events, there are still tens of millions of species living on Earth. How was the Earth able to maintain biodiversity after following the five extinction events? As life looked for escape route into new areas, it became used to it's new environment, eventually evolving into new species of flora and fauna. This is how biodiversity on Earth today was created.National Taiwan Museum遇見大未來一地球環境變遷
Come to Our Future: Climate Change
14
給活在現在的你-
The Way We Are...
16
Home Sweet Home
活生生的地球The Living Earth
30
生物適應Biological Adaptation
32
生態系服務Ecosystem Services
42
失控的地球
47
Earth Out of Control
49
水患與旱災 Floods and Droughts
50
疾病Disease
50
飢餓Famine
53
地球的極限
Earth's Limits
59
崩潰的文明
The Collapse of Civilization
60
玉米金字塔 The Corn Pyramid
63
神秘的石像 Mysteriou Stues
68
變動的蓋婭
The Changing Gaia
Change
70
給追求真相的你-
《地球篇》
In Pursuit of Facts: Earth
不安的曲線
An Alarming Curve
73
基林曲線TheKelinve
74
尋找暖化的線索
Searching for
Climate Change Clues
76
冰層研究Ice Reserch
79
海洋沉積物研究Marine sediment research
82
湖泊沉積物研究Lacustrine sediment research
86
樹木年輪Tree Rings
88
酸化的海洋 Ocean Acdification
90
病情分析
Analysis of the Condition
pa Up
/
92給追求真相的你-
《生物篇》
In Pursuit of Facts: Biology
95
氣候變奏曲
Variations in Climate Change
118
生物圈的未來
The Future of the Biosphere
96
早臨的春天spring Forward
走進地球童話樂園
99
生物大逃亡
Biological Exodus
121
The Earth's Fairy Tale Theme Park
122
美人魚的故鄉The Little mermaid's Hometown
124
福爾摩沙的低碳島Formosa's Low Carbon Island
102
美食大風吹
龍貓的森林
Changes in Eating Habits
124
低窪國的翡翠城The low land emerald city
126
107
氣候金絲雀
Climate Canary
130
大家動起來
Action !
132
112
倒數末日鐘
救地球的九大防線
Nine Boundaries for Our Planet
Countdown to the Apocalypse
144
全球動起來Global Effort
145
全國動起來National Efford
153
企業動起來Corporate Effort
157
人人動起來-綠色行動新生活
The Effort of All:
Green Movement for a New Life
117
給走向未來的你一
The Way We Will Be...
目
แนะนำหนังสือ : ญี่ปุ่นป็อป Pure Invention [N8219.l48 M27 2566]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 1 ตุลาคม 2566หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น เราคงคิดถึงเทคโนโลยี เครื่องจักต่างๆที่ทันสมัย แต่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยสถานะแพ้สงครามของญี่ปุ่น ทำให้สินค้าของญี่ปุ่นไม่เป็นที่ยอมรับ และถูกมองเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก แต่นั่นไม่ได้ทำให้ประเทศญี่ปุ่นหยุดคิด หรือพัฒนาการส่งออกในด้านต่างๆ จนทำให้ในปัจจุบัน เราทุกคนล้วนมีความผูกพันกับนวัตกรรมการส่งออกของประเทศญี่ปุ่นกันทุกคน
จากหนังสือ ญี่ปุ่นป็อป Pure Invention แต่งโดย Matt Alt (เลขเรียกหนังสือ N8219.l48 M27 2566) ทำให้เราเห็นว่า “ใครก็ตามที่เกิดหลังประมาณกลางยุคเจ็ดศูนย์ล้วนมีประสบการณ์แบบเดียวกัน พวกเราโตมากับการเล่นพาวเวอร์เรนเจอร์สในสนามเด็กเล่น จัดการ์ดโปเกมอน และ ยูกิโอ เกมกลคนอัจฉริยะ ระหว่างเปิดเกมมาริโอ้ภาคใหม่ สลับกับเปิดอนิเมะเซเลอร์มูน พวกเราใช้ชีวิตวัยเด็ก (และวัยผู้ใหญ่) ไปกับการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับเครื่องคาราโอเกะ วอร์กแมน และเกมบอยรุ่นต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่ากระแสนิยมของสังคมผู้บริโภครอบโลก มันมีความพิสดารในการเติมเต็มความฝันของเราไปพร้อมๆกับให้ความเพลิดเพลิน ทั้งส่งมอบและบ่มเพาะจินตนาการใหม่ๆให้กับเรา”
จะเห็นได้ว่าไม่แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเองต่างก็ล้วนมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจากนวัตกรรมต่างๆจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนในยามเช้า เครื่องฟังเพลง เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่กระทั่งรถยนต์ สำหรับท่านที่สนใจ หนังสือเล่มนี้อาจช่วยให้ท่านเห็นแนวทางหรือไอเดียใหม่ๆ ในการที่จะผลักดันให้เกิด Soft Power ตามที่ภาครัฐกำลังสนับสนุนอยู่ก็เป็นได
แนะนำหนังสือ : อับดุลราฮิมในแผ่นดินสยาม : เนื่องในวาระครบรอบ 150 ปี ห้างอับดุลราฮิมบนผืนแผ่นดินไทย [HD 9866.อ64 ก44 2565 ]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2566อับดุลราฮิมเป็นตระกูลพ่อค้าอินเดียที่เข้ามาตั้งรกรากและเปิดกิจการอยู่ในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 จากวันนั้นถึงวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์การค้าแห่งกรุงสยาม และที่สำคัญโบราณสถานบ้านอับดุลราฮิมยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รวมทั้งมรดกอื่นๆที่ตกทอดเก่าแก่ของตระกูลยังได้รับการดูแลรักษาเพื่อเตรียมส่งมอบกลับคืนให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
มรดกตกทอดของตระกูลอับดุลราฮิมที่ได้อนุรักษ์และเก็บรักษาไว้ ประกอบไปด้วยโบราณสถานบ้านอับดุลราฮิม เครื่องเรือน สินค้าโบราณ ศิลปวัตถุ เอกสารโบราณ วารสาร หนังสือ ภาพถ่าย ฟิล์มขาวดำและฟิล์มกระจก สิ่งเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีมาตลอดนับเวลาล่วงกว่าหนึ่งทศวรรษ
โครงการอับดุลราฮิมศึกษาเป็นโครงการที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้มูลนิธิคุณแม่เชย อับดุลราฮิม มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและดูแลรักษามรดกตกทอดของตระกูลโดยเฉพาะเอกสารจดหมายเหตุ วารสาร หนังสือที่เก็บรักษาไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 และเพื่อศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอับดุลราฮิมในแผ่นดินสยามในห้วงเวลาต่างๆ ผ่านมรดกตกทอ
An Edible History of Humanity
ลงใน FB museum siam : วันที่ 29 มกราคม 2566“ในศาสนาคริสต์ ความตะกละถือว่าเป็นบาปอย่างหนึ่ง แต่ชะตากรรมของมนุษยชาตินั้นแขวนอยู่บนเส้นด้ายของอาหารและความหิวโหย แท้จริงแล้วอาหารที่เป็นรากของอารยธรรมทั้งปวงนั้นล้วนนับเป็นบาปด้วยหรือไม่”
.
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับนายกบแดง สำหรับวีดิโอนี้ นายกบแดงจะพาทุกคนไปรับชมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารผ่านประวัติศาสตร์โลกที่เกี่ยวพันกับสังคม การเมือง ศาสนา ปรัชญาหรือเศรษฐศาสตร์
.
โดยวันนี้นายกบแดงจะมานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “มันฝรั่ง” ซึ่งเป็นพืชผักอันโปรดปรานสำหรับใครหลายคน แต่หลายคนอาจจะไม่เคยทราบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเจ้ามันฝรั่งว่าแท้จริงแล้วในอดีตเคยมีประวัติศาสตร์อันดำมืดมาก่อ
Storied Structure: Architectural awe of Old Town Bangkok
The Old Town part of Bangkok is a small area measuring only about 1,000 acres, protected by the City Wall and embraced by a moat. It has been the center of the Kingdom since Bangkok was established as the capital city.
It has been two centuries, and the Old Town, like everything else, cannot escape from change. Formerly a port town in the Ayutthaya era, it became the Kingdom’s capital, and later a part of a busy metropolitan. Let’s take a look at what the Old Town has been through by looking at the buildings in it.
The architectural style of each era not only demonstrates technology evolution but also speaks volumes about the society and way of life at the time, both of which have continued to evolve over the past two centuries.
Architecture in the traditional Thai era: In the beginning, old traditions were maintained, and palaces and temples were the most significant.
Architecture in the Colonization era: In the second century, Siam interacted with Western countries, and we adapted and evolved into a more civilized version of Siam. The elite were into all things Western. New businesses emerged, and we saw schools, theaters, hospitals, military barracks, government mints, post offices, prisons, and cemeteries - these were all in Western-style buildings. The people of Siam lived in Western-style bungalows, and Western-style shophouses popped up along our roads.
Architecture in the Modern era: Things were simplified as we entered the post-industrial revolution era which brought major political changes.
Architecture in the Cold War era: The US came into power and became a role model. The city center began to lose its significance, and later became just the Old Town as gentrification emerged in other neighborhoods.
Architecture in the contemporary era now: Bangkok is the dream destination for travelers around the world, and people start to yearn for the past and come back to the Old Town. Old buildings are restored and repurposed. The Old Town area becomes a magnet once again.
Architectures in the Old Town Bangkok are where the East and the West mix, and the old and the new mingle. They show us that Bangkok is not deterred by changes, and will continue to evolve over time
แนะนำหนังสือ : เสวยราชสมบัติกษัตรา [GT5050.น335 2562 ]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2566วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคลและวันบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี นายกบแดงขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ ตลอดจนเครื่องประกอบพระราชพิธีและสถาปัตยกรรมเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างมากในพระราชสำนัก ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ กล่าวได้ว่าชั่วอายุขัยหนึ่งถึงจะเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง ทำให้มีน้อยคนนักที่จะได้เห็นพระราชพิธีนี้ ดร.นนทพร อยู่มั่งมี และ ผศ. ดร.พัสวีสิริ เปรม-กุลนันท์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูลสาระน่ารู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับธรรมเนียมในพระราชพิธี เช่น การเปลี่ยนพระนามของพระมหากษัตริย์ให้เป็นดังเทพเจ้า หรือ การถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่แสดงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ รวมไปถึงภาพจากพระราชพิธีจริง ภาพเครื่องประกอบพระราชพิธี และภาพสถาปัตยกรรมในพระราชพิธีอันงดงาม หนังสือเล่มนี้จึงทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมากขึ้นราวกับได้เห็นหรืออยู่ในพระราชพิธีไปด้ว