Museum Siam Digital Repository
Not a member yet
794 research outputs found
Sort by
แนะนำหนังสือ : ทำโดยไทย Made by Thai [N410.M53 2022]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 16 ธันวาคม 2567หนังสือ “Made by Thai” เล่มนี้จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์ของวงการศิลปะไทยในเบื้องต้น ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้นั้นจะนำเสนอภาพรวมของศิลปะในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน แกลเลอรี่ งานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ นักเขียน นักสะสมและนักออกแบบของประเทศและอื่น ๆ ในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งบรรยายผ่านการสัมภาษณ์กับศิลปินถึงแนวคิด ที่มา และแรงบรรดาใจในการสร้างผลงานออกมาให้โดดเด่นและเตะตาผู้คนได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้หนังสือ “Made by Thai” (เลขเรียกหนังสือ N410.M53 2022) ยังเป็นหนึ่งในผลงานคอลเลกชัน Made by... โดยมีหนังสือ Made by Chinese และ Made by Indians ซึ่งเป็นหนังสือที่อยู่ในคอลเลกชั่นเดียวกัน “ Made by Thai” (เลขเรียกหนังสือ N410.M53 2022) เล่มนี้เป็นหนังสือศิลปะที่ชนะใจผู้คนมากมายทั้งศิลปิน
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ นักสะสมงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงในเอเชีย ยุโรป และส่วนอื่นๆ ของโลกอีกด้วย ผลงานในแต่ละชุดของคอลเลกชั่น Made by นั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับโปรเจ็กต์แยกย่อยของศิลปินคนอื่น ๆ ผ่านผลงานของพวกเขา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลา
แนะนำหนังสือ ตึกเก่า-โรงเรียนเดิม (เลขเรียกหนังสือ LB3219 ย75 2557)
ลงใน FB museum siam : วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568หากพูดถึงทรงวาด หนึ่งในย่านชุมชนชาวจีนเก่าแก่ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เต็มไปด้วยตึกและอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตก เนื่องจากเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 และหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่อยู่คู่กับถนนเส้นนี้คงนี้ไม่พ้นอาคารโรงเรียนเผยอิง
จากหนังสือ ตึกเก่า-โรงเรียนเดิม โดย ยุวดี ศิริ ได้เล่าถึงรูปแบบอาคารของโรงเรียนเผยอิงไว้ว่า
“โดยหากพิจารณาจากรูปทรงทางสถาปัตยกรรมก็อาจจะเห็นแปลกตา ทั้งนี้เนื่องจากอาคารหลังดังกล่าวถูกก่อสร้างขึ้นเป็นอาคารทรงฝรั่ง แต่ก่อสร้างอยู่ในโรงเรียนของชาวจีน แต่หากได้มีการศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ของอาคารสถานศึกษาช่วงปลายรัชกาลที่ 5 อันเป็นช่วงที่มีการเปิดโรงเรียนขึ้นเป็นจำนวนมากก็จะเข้าใจได้ว่า การก่อสร้างอาคารทรงฝรั่งของสถานศึกษาในยุคนั้นเป็นเรื่องตามความนิยม โดยเฉพาะการวางผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเน้นโถงทางเข้าตรงกลาง ด้านบนมีหน้าบันขนาดใหญ่ ที่ยังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน อาทิเช่น อาคารสุนันทาลัย โรงเรียนราชินี อาคารกรมแผนที่ทหาร โรงเรียนทหารสราญรมย์ อาคารพระพุทธเจ้าหลวง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นต้น
แนะนำหนังสือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 (เลขเรียกหนังสือ DS570.3.47 พ435 2557)
ลงใน FB museum siam : วันที่ 5 กันยายน 2568หนังสือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 และเจ้านายไทยในโลซานน์ บันทึกความทรงจำของครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 9 โดยลีซองดร์ เซ. เซไรดารีส ซึ่งเป็นบุตรคนสุดท้องของเกลย์อง เซ. เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ที่ได้รวบรวมเรื่องราวในวัยเด็กของในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 โดยในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 นั้น มีอายุห่างกันแค่ 2 ปี จึงทำให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงโตด้วยกัน เล่นด้วยกัน รวมไปถึงทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ผ่านการเล่าเรื่องของครูส่วนพระองค์ ซึ่งภายในหนังสือยังมีรูปภาพส่วนพระองค์ที่หลายๆภาพยังไม่เคยปรากฏในเล่มไหนมาก่อน อีกทั้งยังมีจดหมายส่วนพระองค์ที่รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ได้เขียนหาครูของพวกเขา บอกเล่าการเดินทางและการใช้ชีวิตในเมืองไทย ในช่วงที่ทั้ง 2 พระองค์เสด็จนิวัติพระนค
ห้องสมุดมนุษย์ เรื่อง ถอดรหัสวิธีคิดนักกีฬา ชีวิต การต่อสู้ และชัยชนะ
กิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ หรือที่ผู้คนชอบเรียกติดปากว่า กัปตันกิ๊ฟ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่มีเกียรติประวัติมากมาย อาทิเช่น
- แชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2 สมัย
- แชมป์ซีเกมส์ 10 สมัย
- เหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ 2014
- รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย 2011
- รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2013
ซึ่งเธอได้มาถ่ายทอดเรื่องราว และประสบการณ์ของการเป็นผู้นำผ่านคลิปวิดิโอนี้กีฬาวอลเลย์บอล เป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยมของคนไทย พบกับเรื่องราวของกัปตันยอดนิยมของวงการวอลเลย์บอลไทย กัปตันกิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ที่จะมาบอกเล่าประสบการการเป็นผู้นำ รวมไปถึงหลักในการใช้ชีวิตตามแบบฉบับของนักกีฬามืออาชี
แนะนำหนังสือ รัฐราชทัณฑ์ (เลขเรียกหนังสือ HV9402.55 .ก5ศ46 2568)
ลงใน FB museum siam : วันที่ 18 กันยายน 2568รัฐราชทัณฑ์ อำนาจลงทัณฑ์ในยุคสมัยใหม่ โดยศรัญญู เทพสงเคราะห์ ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องราวของคุกตั้งแต่ยุคจารีต จนถึงสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยชี้ให้เห็นถึงแนวคิด วิธีการ รวมถึงปฏิบัติการลงทัณฑ์สมัยใหม่ของรัฐไทย ซึ่งมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนและมีข้อจำกัดของการปฏิรูปงานราชทัณฑ์แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
“คุกถือเป็นสิ่งสะท้อนความก้าวหน้าและความล้าหลังของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยมีตัวชี้วัดคือคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและการปรับปรุงฟื้นฟูผู้ต้องขังให้กลายเป็นพลเมืองที่ดี คุกยังเผยให้เห็นถึงแนวคิดและการใช้อำนาจรัฐในการลงโทษบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือคุกความความสงบเรียบร้อยในสังคม
แนะนำหนังสือ บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์ D810.J4 .ฟ84 2564
ลงใน FB museum siam : วันที่ 24 สิงหาคม 2568สำหรับหนังสือ บันทึกลับของ แอนน์ แฟร้งค์ แปลโดยสังวรณ์ ไกรฤกษ์ ที่ได้พูดถึงชีวิตของแอนน์ แฟร้งค์ เด็กหญิงที่ได้เริ่มเขียนบันทึกในวัย 13 ปี ก่อน 2 ปีต่อมา เธอและครอบครัวจะถูกคุมตัวไปยังค่ายเอ๊าส์วิตส์ในโปแลนด์ และไม่ได้ออกมาจากค่ายนั้นอีกเลย จนกระทั่งบิดาของแอนน์ได้นำบันทึกของเธอออกมาตีพิมพ์ตามการร้องขอของศาสตราจารย์คนหนึ่งของมหาวิทยาลัยดัตช์ เพื่อเป้นการเปิดเผยความโหดร้ายของสงครามและความโหดร้ายของนาซีให้โลกรู้ ในตอนแรกนั้นไม่มีสำนักพิมพ์ไหนรับพิมพ์เนื่องจากสำนักพิมพ์เหล่านั้นเชื่อว่าไม่มีใครอยากรู้ความโหดร้ายของสงครามอีกแล้ว แต่บิดาของแอนน์ก็ได้หาสำนักพิมพ์ที่พิมพ์บันทึกดังกล่าวจนได้ ซึ่งเมื่อได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นภาษาดัตช์แล้ว ก็ได้มีผู้นำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รวมไปถึงภาษาไทย โดยในปัจจุบันได้มีการนำเอาเรื่องดังกล่าวมาต่อยอดเป็นภาพยนตร์ ละครเวที รวมไปถึงการเล่าเรื่องในพอดแคสต์อีกด้ว
โบสถ์คริสต์ในประเทศไทย ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความหมาย สมัยอยุธยา - รัตนโกสินทร์
ลงใน FB museum siam : วันที่ 24 เมษายน 2568โบสถ์คริสต์ในประเทศไทย ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความหมาย สมัยอยุธยา - รัตนโกสินทร์ (เลขเรียกหนังสือ BX4646.ท92 .ป35 2566) โดย ดร.ปติสร เพ็ญสุต ที่ได้รวบรวมโบสถ์คริสต์ทั้งในสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ที่ครั้งหนึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้เสด็จเยือน
“โบสถ์อัสสัมชัญหลังแรกถูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยมีลักษณะเป็นอาคารแบบวิลันดา ภายในวัดมีตึกสำนักงานของพระสังฆราช (ความหมายในปัจจุบันคือ “บิชอป”) จึงทำให้โบสถ์อัสสัมชัญมีสถานะเป็นอาสนวิหารไปโดยปริยาย โดยสถาปัตยกรรมของโบสถ์หลังแรกจะคล้ายกับโบสถ์ในพุทธศาสนา ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่หน้าบันจะสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน และประดับปูนปั้นบนหน้าบันด้วยลายเครือเถาแบบศิลปะบาโรค ที่บริเวณกึ่งกลางหน้าบันจะประดับลายวงรีรูปไข่และเจาะหน้าต่างสองช่องที่ด้านล่าง เป็นที่หน้าสังเกตุว่าการเจาะหน้าต่างสองช่องที่หน้าบันนี้คล้ายกับวัดไทยในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น วัดหงส์รัตนาราม และวัดระฆังโฆษิตาราม ต่อมาโบถส์หลังแรกได้ถูกรื้อลงและสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบในปัจจุบัน
ฟังด้วยหู-ใจ: เปลี่ยนวิธีฟังเพียงนิด พิชิตทุกความสัมพันธ์
ลงใน FB museum siam : วันที่ 1 พฤษภาคม 2568ฟังด้วยหู-ใจ: เปลี่ยนวิธีฟังเพียงนิด พิชิตทุกความสัมพันธ์ (เลขเรียกหนังสือ P9477.ซ54 2566) ที่ นรา สุภัคโรจน์ ได้แปลมาจากหนังสือต้นฉบับ I Hear You: The Surprisingly Simple Skill Behind Extraordinary Relationships ซึ่ง ไมเคิล เอส. ซอเรนเรส ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ได้เก็บเกี่ยวความรู้ และคำแนะนำต่าง ๆ จากโค้ช นักจิตวิทยา รวมทั้งประสบการณ์จริงมามากกว่า 4 ปี เพื่อนำมาเรียบเรียงและแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ค้นพบไปด้วยกันกับเขา
“คุณเคยคุยกับใครที่ได้ยินสิ่งที่คุณพูดอย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายของคุณหรือไม่ หรือพวกเขาอาจเข้าใจประเด็นของคุณ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เชื่อมกับอารมณ์หรือน้ำหนักของสถานการณ์เลยหรือเปล่า คนผู้นั้นรับฟังคุณ แต่ไม่ได้ยินสิ่งที่คุณพูด”
“คนเราต้องการ (และจำเป็นต้องมี) มากกว่าคนที่รับฟัง ในฐานะมนุษย์ เราต้องการที่จะรู้สึกว่ามีคนได้ยินและเข้าใจ ยอมรับและชื่นชม ดังนั้นผู้ฟังที่ดีจึงทำได้มากกว่าแค่รับฟัง พวกเขาจะรับรองด้วย
แนะนำหนังสือ พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (เลขเรียกหนังสือ DS570.3.ม2 .พ73 2564)
ลงใน FB museum siam : วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568เนื่องในวาระ 100 ปี สวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และวาระ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ซึ่งเหตุการณ์การพบกันครั้งแรกและครั้งเดียวระหว่างพระราชธิดา และพระราชบิดา ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
สำหรับหนังสือ พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แต่งโดยหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ได้บันทึกถึงช่วงเวลาสุดท้ายของรัชกาลที่ 6 ไว้ว่า “ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน เจ้าฟ้าหญิงเพ็ชรร์รัตนราชกุมารีก็ประสูตร์. เจ้าพระยารมฯ เข้าไปกราบทูลว่า – เป็นพระราชธิดา มีพระราชดำรัสว่า - นึกแล้ว,เพราะไม่ได้ยินเสียงปืน รุ่งขึ้นหมอเห็นว่าพระอาการหมดหวังแล้ว, หมอปัวซ์จึงเข้าไปกราบทูลถามว่า- Your Majesty, would you like to see your baby? และทรงตอบว่า Sure หมอจึงเชิญเสด็จพระธิดาเข้าไปถวาย ”
ซึ่ง ณ เวลานั้น รัชกาลที่ 6 ไม่สามารถขยับพระงรกายได้เองแล้ว เจ้าพระยารามราฆพ จึงยกพระหัตถ์แตะองค์พระราชธิดาถวายเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งเดียวในพระชนม์ชีพ เพราะพระองค์ได้เสด็จสวรรคตในเวลาต่อม
แนะนำหนังสือ ความทรงจำ DS582 ด65 2546 ฉ.1
ลงใน FB museum siam : วันที่ 15 ตุลาคม 2568หนังสือ ความทรงจำพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงเวลาของการย้ายศาลเจ้าพ่อเสือไว้ว่า
“การขยายถนนบำรุงเมืองนั้นมีเรื่องที่ควรจะเล่าได้เรื่อง ๑ คือเดิมมีศาลของพวกจีนเป็นตึกใหญ่อยู่ริมถนนบำรุงเมืองแห่งหนึ่งเรียกกันว่า ศาลเจ้าเสือ กีดทางที่จะขยายถนน จึงพระราชทานที่หลวงแห่งหนึ่งริมถนนเฟื่องนครให้ย้ายศาลเจ้าเสือมาตั้ง และจะสร้างศาลใหม่พระราชทานแทนศาลเดิม แต่พวกจีนไม่พอใจจะให้ย้าย คิดอุบายให้จ่าเข้าคนทรงพูดจาพยากรณ์ว่าจะเกิดภัยอันตรายต่างๆ จนเกิดหวาดหวั่นกันในหมู่พวกจีนสำเพ็ง ขอแห่เจ้าเอาใจมิให้คิดร้ายก็พระราชทานให้ตามประสงค์”
ในการแห่ดังกล่าว ในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จออกทอดพระเนตร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกอย่างหนึ่งคือ ภายหลังการแห่เจ้าแล้ว รัชกาลที่ 5 ได้ให้กรมเมืองประกาศเอาผิดกับกับคนทรง ถ้ายังพยากรณ์ว่าจะเกิดเหตุร้าย นั่นเลยทำให้ไม่มีใครกล้าพยากรณ์ถึงเหตุร้ายจากการย้ายศาลเจ้าอีก และทำให้ศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่ริมถนนเฟื่องนครจนถึงปัจจุบั