Rajamangala University of Technology

Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Not a member yet
    277 research outputs found

    Single Phase Inverter with Direct Torque Control

    No full text
    งานวิจัยนี้ได้สร้างอินเวอร์เตอร์หนึ่งเฟสโดยอาศัยหลักการควบคุมแรงบิดโดยตรง สำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำหนึ่งเฟสแบบคาปาซิเตอร์รัน ซึ่งการทำงานจะใช้อินเวอร์เตอร์หนึ่งเฟสสร้างสัญญาณการสวิตช์เพื่อจ่ายเวกเตอร์ของแรงดันที่เหมาะสมให้แก่มอเตอร์ เพื่อควบคุมปริมาณกระแสที่ไหลผ่านขดลวดชุดหลักและขดลวดชุดช่วยให้สร้างเส้นแรงแม่เหล้กที่สเตเตอร์ที่ทำมุมห่างกัน 90° ทางไฟฟ้า โดยจะควบคุมทั้งขนาดและทิศทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็ก ซึ่งจะรวมไปถึงการควบคุมขนาดของแรงบิดมอเตอร์ด้วยเช่นกัน ในการทำวิจัยได้มีการใช้โปรแกรม MATLAB/Simulink เป็นเครื่องมือในการจำลองเพื่อวิเคราะห์การทำงานของอินเวอร์เตอร์ ก่อนจะนำไปใช้สร้างฮาร์ดแวร์ของจริงต่อไป และในโปรแกรมดังกล่าวสามารถแปลงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นโปรแกรมสำหรับสั่งให้แผงประมวลผลสัญญาณ รุ่น TMS320F2812 ทำหน้าที่สร้างสัญญาณควบคุมสั่งให้แผงวงจรอินเวอร์เตอร์สร้างแรงดันควบคุมมอเตอร์ตามที่กำหนด ผลที่ด้ามอเตอร์สามารถทำการขับโหลดที่แรงบิด 1 Nm ด้วยความเร็ว 1500 rpm มอเตอร์กินกำลังไฟฟ้า 209.34 w มีค่าตัวประกอบกำลัง 0.93 ล้าหลัง และขณะที่ขับโหลดด้วยแรงบิด 1 Nm เท่าเดิม แต่ลดความเร็วลงเหลือ 500 rpm มอเตอร์จะกินกำลังไฟฟ้า 52.07 w มีค่าประกอบกำลัง 0.96 ล้าหลั

    Taking Nutrition Supplement Behavior of Working Person in Rajmangala University of Technology Thanyaburi

    No full text
    ปัจจุบันโลกมีการเลปี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงกระแสนี้ได้ การดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความเครียด รีบเร่ง ด้วยเวลามีอยู่อย่างจำกัดค่าครองชีพที่สูงขึ้น การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมีน้อยลงตามความจำเป็น เหตุที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหารเสริมเพราะมีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารที่ผิดวิธี รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่มีความรู้ทางโภชนาการ หรือมีความรู้ทางโภชนาการที่ดีแต่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้เข้ามาสนองความต้องการของผู้บริโภคเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของหลายบริษัทเข้ามาแข่งขันเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การตลาดของผลิตภัณฑ์ เช่น การขายตรง หรือโฆษณาในนิตยสารต่างๆ ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้อได้จากร้านค้า ร้านขายยา ร้านผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ห้างสรรพสินค้า ในบางครั้งการขายตรงมีส่วนทำให้ผู้บริโภคเกิดการสับสนและตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาที่เกินจริงในบางผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคไม่มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิดสามารถแอบอ้างสรรพคุณ ผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ หรือพิจารณาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของคนวัยทำงานในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี การศึกษาอิสระนี้เป็นการศึกษาเรื่องปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษาปัจจัยที่มีความสัพันธ์ต่อการตัดสินใจซื้อ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของคนวัยทำงานภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการศึกษาครั้งนี้ทางผู้ศึกษาได้ทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 1. พฤตกรรมผู้บริโภค 2. ส่วนประสมทางการตลาด 3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ลักษณะแบบสอบถามที่ใช้ในการวิจัย มีลักษณะคำถามเป็นแบบปลายเปิดและปลายปิด โดยกำหนดลักษณะคำถามให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ส่วนที่ 2 ปัจจัยทางการตลาด ที่มีความสำคัญกับการตัดสินใจซื้ออาหารเสริม โดยแบ่งเป็น 4 ด้านด้วยกัน ดังนี้ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ในการสร้างแบบสอบถามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลๆ ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นข้อมูลวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงสำรวจ (Server research) และการค้นคว้าจากตำราและเอกสารต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เป็นข้อมูลที่เก็บจาก คนวัยทำงานอายุระหว่าง 25-60 ปี โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการสำรวจ 2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เป็นการศึกษาค้นคว้าจากตำราวิชาการต่างๆ เอกสาร บทความ และวารสารจากห้องสมุดรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาในแต่และส่วนมีรายละเอียดตังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 67.5 เพศชาย ร้อยละ 32.5 มีสถานภาพโสด ร้อยละ 39.7 สมรส ร้อยละ 59.7 และหย่าร้าง/หม้าย ร้อยละ 0.3 ช่วงอายุมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 53.1 กลุ่มตัวอย่างมีอาชีพรับราชการ/รัฐวิสหกิจมากที่สุด ร้อยละ 60.9 มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ร้อยละ 69.9 โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 10,001 – 20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 39.7 ส่วนที่ 2 ปัจจัยด้านส่วนประกอบทางการตลาดที่มีความสำคัญกับการตัดสินใจซื้อ ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และการส่งเสริมการตลาดมากที่สุดในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับด้านการจัดจำหน่ายน้อยที่สุด รวมทั้งให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ มากที่สุด คือ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ รองลงมาคือ รูปแบบสินค้ามีความปลอดภัย และสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นลำดับสุดท้ายคือ บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม การพิจารณาแยกตามปัจจัยทางด้านการจัดจำหน่ายกับปัจจัยทางด้านการศึกษาโดยส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความสะดวกในการซื้อสินค้าในเรื่องสถานที่มากกว่าการสั่งซื้อผ่านช่องทางอิเล็กทอรนิกส์ การพิจารณาแยกตามปัจจัยทางด้านการส่งเสริมการตลาดกับปัจจัยด้านการศึกษา สำหรับด้านการส่งเสริมการตลาดนั้นผู้บริโภคจะให้ความสำคัญในระดับที่ใกล้เคียงกันในทุกข้อและระดับการศึกษ

    Customers’ Satisfaction towards Services and small Hotels

    No full text
    วัตถุประสงค์ของการวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ ผู้ใช้บริการที่มีความพึงพอใจต่อปัจจัยทางกายภาพของสถานบริการโรงแรมที่พักขนาดเล็ก มีความพึงพอใจเช่นใดในเรื่องคุณภาพการให้บริการของพนักงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ ทำเลที่ตั้ง และราคาค่าบริการ ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อนำผลวิจัยไปเป็นข้อมูลในการป้องกัน พัฒนา ปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับธุรกิจสถานบริการโรงแรมที่พักขนาดเล็ก โดยใช้แบบสอบถามทากรเก็บข้อมูลในเขตอำเภอต่างๆในจังหวัดปทุมธานี ได้ผลงานวิจัยดังนี้ 1. ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโรงแรมขนาดเล็กประมาณร้อยละ 92% อยู่ในระดับปานกลาง 2. ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าบริการ มีความผันแปรในทิศทางเดียวกันกับมาตรฐานการให้บริการ คือ บริการดีราคาสูงบริการไม่ได้มาตรฐานราคาต่ำ 3. ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าบริการ มีความผันแปรในทิศทางตรงกันข้ามกับขนาดของโรงแรม คือ โรงแรมขนาดเล็กราคาห้องพักสูงกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ราคาค่าห้องพักต่ำเนื่องจากโรงแรมมีห้องพักจำนวนมาก ผู้ใช้บริการเป็นรายชั่วโมงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการไม่ดีเท่าโรงแรมขนาดเล็ก เข้าข่ายลักษณะโรงแรมม่านรูด(Motel

    Study and research for the increase of management of OTOP product in village Thanyaburi, Pathumthani province

    No full text
    การศึกษาและวิจัยเพิ่มศักยภาพการบริหารการจัดการกลุ่มชุมชน OTOP อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงศักยภาพของการบริหารการจัดการในด้านตังผลิตภัณฑ์ ด้านการผลิต ด้านการตลาด ด้านบริหารเงินทุน และด้านบริหารองค์การ และศึกษาถึงความต้องการเพิ่มศักยภาพของชุมชนเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการและพัฒนาส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของชุมชน OTOP อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี การวิจัยครั้งนี้ได้ทำการสอบถามข้อมูลการบริหารจัดการของชุมชนจำนวน 34 กลุ่ม มีผู้ตอบแบบสอบถาม 41 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ตัวผลิตภัณฑ์ ด้านการผลิต ด้านการตลาด ด้านบริหารเงินทุน และด้านบริหารองค์กร มีจุดแข็งคือ ตัวผลิตภัณฑ์สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ รูปแบบมีการพัฒนาอยูตลอดเวลา และคุณภาพของผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานในระดับดี แรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานในชุมชน มีการควบคุมกระบวนการผลิตที่ดี มีการกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการดำเนินงานของชุมชน มีการลงบัญชีรับ – จ่าย จุดอ่อนคือวัตถุดิบที่ใช้ในพื้นที่ยังไม่เต็ม 100 % สถานที่การวางจำหน่ายส่วนใหญ่อยู่ภายในจังหวัด ไม่ค่อยมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ ยังไม่มีการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนในการผลิต การบริหารเงินออมยังน้อยอยู่ และการวิจัยได้พบว่า การเพิ่มศักยภาพ โดยการจัดอบรมของหน่วยงานจะมีผลต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะ ภาครัฐที่จะเข้าช่วยเหลือหรือให้การสนับสนุน ควรจะให้ความช่วยเหลือชุมชนโดยเฉพาะด้านการจัดหาเงินทุน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต และสำหรับเรื่องการจัดอบรมหรือฝึกวิชาชีพ ควรเข้าไปศึกษาความต้องการของชุมชนก่อน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการจัดฝึกอบรม และชุมชนสามารถนำไปต่อยอดการผลิตสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ชุมชนยืนหยัด และเข้มแข็งต่อไปThe purposes of this research were to study the potential of their marketing management, manufacturing management, organization management and financial and accounting management and to study the need to increase its potential in order to manage and promote OTOP product. There were 41 populations consisted of local people from 34 groups. Questionnaries were used to collect data and analyzed for its percentage, mean, and standard deviation. The results were as follow : 1. Strength : The product had been improved using local wisdom, its quality had met the standard, labors were from local people, its manufacture was well-controlled, and the people had determined their visions and missions. 2. Weakness : The resource hadn’t fully managed, the product was distributed only within the province, thee people were lack of application of new technology, they were unable to reduce the cost of manufacturing, and they also had poor saving control. 3. In order to increase their potential, trainings had significant meaning toward their administrative management skill. It was recommended for the government to support the village by offering cash capital and loan bank and providing education on new technology adoption. Also, the government should study the needs of local people before establishing any training so that the village could actually put it into actions

    Sand Replaced by mineral Dust in Fly ash Concrete

    No full text
    งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการใช้หินฝุ่นแทนทรายในงานคอนกรีตผสมเถ้าลอย เพื่อพัฒนาสมบัติด้านกำลังอัดของมอร์ต้าร์ โดยทำการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนของ ปูนซีเมนต์ : ทราย ด้วยการใส่เถ้าลอยเข้าไปแทนที่ปูนซีเมนต์ ตั้งแต่ร้อยละ 0-50 และใส่หินฝุ่นเข้าไปแทนที่ทราย ตั้งแต่ร้อยละ 0-30 โดยยังคงอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ (w/c) เท่ากับ 0.55 ไว้ ผลการทดสอบกำลังอัดของมอร์ต้าร์ดังกล่าวพบว่ามอร์ด้าร์ที่มีอัตราส่วนของปูนซีเมนต์ : เถ้าลอย : ทราย : หินฝุ่น เท่ากับ 0.9 : 0.1:0.9:0.1 และ 0.8 : 0.2:0.9:0.1 มีค่ากำลังอัดที่อายุ 90 วัน สูงที่สุด มีค่าเท่ากับ 467 กก./ตร.ซม. และ 457 กก./ตร.ซม. ตามลำดับในขณะที่มอร์ต้าร์ทั่วไปอัตราส่วน 1:0:1:0 มีกำลังอัดเพียง 372.57 กก./ตร.ซม. จึงสรุปได้ว่า การใส่เถ้าลอยและหินฝุ่นลงในมอร์ต้าร์ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยในการพัฒนาสมบัติด้านกำลังอัดทั้งในระยะยาวและระยะสั้

    The study of Thai Language caption for the Deaf’s Educational film

    No full text
    การศึกษาวิจัยเรื่อง “ ลักษณะของคำบรรยายอักษรภาษาไทย (Thai Language Caption) ที่เหมาะสมในภาพยนตร์ เพื่อการศึกษาสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (quantitative research) โดยใช้การวิจัยแบบกึ่งทดลอง (quasi-experimental) โดยการเปรียบเทียบการรับรู้ภาพยนตร์จากผู้พิการทางการได้ยินจาการชมภาพยนตร์ เพื่อการศึกษาที่มีคำบรรยายใช้กลุ่มตัวอย่าง 2 ระดับการศึกษา คือนักศึกษาผู้พิการทางการได้ยิน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โรงเรียนดอนบอสโก และนักศึกษาผู้พิการทางการได้ยิน ระดับอุดมศึกษา วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับการศึกษาละ 15 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 30 คน ให้ชมภาพยนตร์เพื่อการศึกษาที่มีการจัดกระทำ (treatment) โดยมีอักษรบรรยายใต้ภาพแบบที่ 1 ซึ่งเป็นคำบรรยายใต้ภาพแบบทั่วไปไม่ได้ทำการจัดเรียงประโยคให้เหมาะสมกับการอ่านของผู้พิการทางการได้ยิน จากนั้นจึงทำการเก็บข้อมูลโดยให้ทำแบบทดสอบความเข้าใจในเอหา แล้วทำการเก็บข้อมูลอีกครั้งโดยทิ้งระยะประมาณ 1 สัปดาห์ทำการเก็บข้อมูลโดยให้ชมภาพยนตร์เพื่อการศึกษาเรื่องเดียวกันโดยมีอักษรบรรยายใต้ภาพแบบที่ 2 ซึ่งเป็นคำบรรยายใต้ภาพที่ได้ทำการจัดเรียงประโยคให้เหมาะสมกับการอ่านของผู้พิการทางการได้ยิน โดยวัดผลคะแนนจากแบบทดสอบความเข้าใจในเนื้อหาหลังชมภาพยนตร์เพื่อการศึกษา นำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกัน แล้วทำการศึกษาแบบเดียวกันกับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในแผนการพิมพ์โรงเรียนดอนบอสโก วิเคราะห์ผลโดยใช้สถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาผู้พิการทางการได้ยินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และผู้พิการทางการได้ยิน ระดับอุดมศึกษามีรับรู้ภาพยนตร์เพื่อการศึกษาที่มีคำบรรยายแบบที่ 2 ได้ดีกว่าการรับรู้ภาพยนตร์เพื่อการศึกษาที่มีคำบรรยายแบบที่ 1 นักศึกษาผู้พิการทางการได้ยินระดับอุดมศึกษารับรู้ภาพยนตร์ที่มีคำบรรยายแบบที่ 1 ได้ดีกว่านักศึกษา ผู้พิการทางการได้ยินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ นักศึกษาผู้พิการทางการได้ยินระดับอุดมศึกษารับรู้ภาพยนตร์ที่มีคำบรรยายแบบที่ 2 ได้ดีกว่านักศึกษาผู้พิการทางการได้ยินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ คำบรรยายแบบที่ 2 สามารถทำให้ผู้พิการทางการได้ยิน มีการรับรู้ภาพยนตร์เพื่อการศึกษาได้ดี ที่สุด เพราะจำนวนคำบรรยายมีน้อย ทำให้ลดภาระการอ่านคำบรรยายลง และสื่อภาพยนตร์เพื่อการศึกษาที่มีการนำเสนอด้วยภาพ (visual communication) ทำให้ผู้พิการทางการได้ยินสามารถรับรู้ภาพยนตร์เพื่อการศึกษาได้เป็นอย่างดีThe research study primarily focuses on the topic of the caption that is suitable for the deaf’s educational film. The quasi experiment is applied by using group post – test only design method. The experiment performs into the same groups. The first experimental, 15 students, is designed to the prototype 1 caption. The second experimental, 15 students, is designed to watch the prototype 2 caption. The data is collected from the deaf student by 15 higher education students and 15 diploma students. The result is collected immediately after watching of the educational film. Means of percentage, frequency, t- test were used to analysis the data. The resulted of deaf’s perception of the educational film to the prototype 1 caption and the prototype 2 caption, is different. The caption’s exposure; prototype 2 caption has better perception of the educational film than the prototype 1 caption. The higher education deaf students’s exposure to the prototype 1 caption and the prototype 2 caption, has better perception than the diploma deaf students. The prototype 2 caption is an appropriate caption for the deaf’s perception of the educational film. It is able to reduce a reading caption. Because of the educational film is a visual communication media, the deaf’s perceive well

    การสร้างชุดทดสอบการสั่นสะเทือนแบบอิเล็กโตรไดนามิกส์

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้ ได้กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยคือ ศึกษาและออกแบบชุดทดสอบการสั่นสะเทือน แบบ Electro dynamic สำหรับทดสอบผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัย เริ่มจากการศึกษาทฤษฎีของแรงที่เกิดจากแม่เหล็กไฟฟ้า แรงทางกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือน ตัวแปรที่สำคัญในการออกแบบ จากนั้นได้ทำการออกแบบโดยการกำหนดมวลทดสอบอยู่ที่ไม่เกิน 0.5 กิโลกรัมและดำเนินการสร้างชุดทดสอบการสั่นสะเทือน แบบ Electro dynamic แล้วจึงทำการทดลองการทำงานเพื่อหาประสิทธิภาพในการถ่ายทอดแรงทางไฟฟ้าเป็นแรงทางกล ตามสัญญาณควบคุมแบบ Sine wave จากผลการศึกษาวิจัยและทำการทดลองแสดงให้เห็นได้ว่า ชุดทดสอบการสั่นสะเทือนสามารถยกมวลทดสอบอยู่ที่ 0.502 กิโลกรัม ความเร่งในการยก 6.5 G เมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าที่ ขดลวดอาร์เมเจอร์ 5 แอมแปร์ และเมื่อคิดประสิทธิภาพในการถ่ายทอดแรงไฟฟ้าไปเป็นแรงทางกล จากการนำค่า Output/Input แล้วจะได้ผลเฉลี่ยคือ 88 % ดังนั้นจึงสามารถบอกได้ว่าชุดทดสอบการสั่นสะเทือนที่ออกแบบและสร้างขึ้นนี้ สามารถนำไปใช้ในการทดสอบการสั่นสะเทือนของสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ต้องการทดสอบได้ คำสำคัญ : ชุดทดสอบสั่นสะเทือน, แม่เหล็กไฟฟ้าThe objective of this research was to study and design of electro-dynamic vibration Tester used to test small products of electrical and electronic equipments made by industrial factory. The research methodology started from studying theory of force from electromagnetic fields, mechanical force from vibration, and some important factors for design. The design was made by the testing mass not exceed 0.5 kg and electro-dynamic vibration Tester was constructed. After that, the experiment was done to find the efficiency of the translation from electromagnetic force to mechanical force in case control signal : sine wave. The experiment showed that Electro-dynamic Vibration Tester can lift testing mass 0.52 kg at the acceleration 6.5 G when the input electricity at amateur was 5 amp. When the efficiency of the transition from electromagnetic force to mechanical force was calculated by value of output/input, the average of efficiency was 88%. Therefore, it could be concluded that this Electro-dynamic Vibration Tester can be used to test the vibration of products, packaging and others needed the test

    30

    full texts

    277

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇