Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    กระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ปัญหากระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส แนวทางในการพัฒนากระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติ  และฝ่ายบริหาร จำนวน 33 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ผลการศึกษา กระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส พบว่า มีการจัดสรรงบประมาณตามแผนงานมากที่สุด ในปี 2550 แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา ปี 2551 – 2554 แผนงานบริหารงานทั่วไป การใช้จ่ายงบประมาณตามแผนงานมากที่สุด พบว่า ในปี 2550 – 2552 แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา ปี 2553 – 2554 แผนงานบริหารงานทั่วไป  สภาพปัญหาและอุปสรรคกระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส พบว่า การจัดสรรงบประมาณขึ้นอยู่กับ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ความเที่ยงธรรมในการจัดสรร การมีส่วนร่วมในการจัดสรรและการเสนอข้อมูลที่เป็นปัญหาและความต้องการของประชาชน การจัดสรรงบประมาณตามความต้องการของพื้นที่ ความเหลื่อมล้ำในการจัดสรร ความสัมพันธ์หรือความสนิทสนมกับผู้บริหาร  การจัดสรรงบประมาณตามแผนพัฒนาสามปี การจัดสรรงบประมาณสำคัญที่สุด คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาหรืออุปสรรค ที่พบมากที่สุด คือ ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน งบประมาณมีน้อย พื้นที่กว้าง ผลประโยชน์ ระบบอุปถัมภ์ การมองไม่เห็นประโยชน์ส่วนรวม งบประมาณกับโครงการในพื้นที่ไม่สอดคล้องกัน แนวทางการแก้ไขปัญหา ควรเน้นถึงความต้องการและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับแท้จริง เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง  จัดสรรงบประมาณให้เท่าเทียมกันทั้ง 13 อำเภอทุกปีคำสำคัญ : กระบวนการ    จัดสรร    งบประมา

    การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อการเรียนการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อการเรียนการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและเพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อการเรียนการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดอุปนันทาราม จำนวน 25 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อการเรียนการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความสามารถในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน แบบประเมินคุณลักษณะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา  ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย หลักการ, ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้, องค์ประกอบ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีกระบวนการเรียนการสอน 4 ขั้นตอน คือ 1)ขั้นสร้างความเข้าใจ 2) ขั้นเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่น 3) ขั้นจัดกิจกรรมกลุ่ม 4) ขั้นประยุกต์ใช้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ความสามารถในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่ในระดับดี และ 4. คุณลักษณะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก่อนและหลังการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดี คำสำคัญ: รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การเรียนการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  นักเรียนชั้นประถมศึกษ

    การแสวงหาสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการรู้สารสนเทศมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาสารสนเทศ ของนักศึกษาในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

    Get PDF
    การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการแสวงหาสารสนเทศเพื่อการศึกษา ตามตัวแบบพฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศ 2) ศึกษาระดับการรู้สารสนเทศจาก 2 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาสารสนเทศ และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับของการแสวงหาสารสนเทศ และระดับการรู้สารสนเทศจาก 2 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาสารสนเทศ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งเพศชายและเพศหญิง ทุกชั้นปี  จำนวน 312 คน ซึ่งผู้วิจัยใช้แบบสอบถามและแบบทดสอบในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า  1) นักศึกษามีการแสวงหาสารสนเทศเพื่อการศึกษาตามตัวแบบพฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.63) 2) นักศึกษามีการรู้สารสนเทศจาก 2 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาสารสนเทศ คะแนนรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 49.37) และ 3) การแสวงหาสารสนเทศมีความสัมพันธ์กับระดับการรู้สารสนเทศจาก 2 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาสารสนเทศในทิศทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05คำสำคัญ : การแสวงหาสารสนเทศ การแสวงหาสารสนเทศเพื่อการศึกษา การรู้สารสนเทศ นักศึกษาระดับปริญญาตร

    กลยุทธ์ในการส่งเสริมความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวี: การทบทวนวรรณกรรม

    No full text
    การทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับกลยุทธ์ในการส่งเสริมความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย ทำการสืบค้นข้อมูลด้วยมือ และสืบค้นด้วยอิเลคทรอนิกส์จากฐานข้อมูล AIDS Thai, ThaiLis ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545-2555 งานวิจัยที่เข้าเกณฑ์กำหนดมีจำนวนทั้งหมด 9 เรื่อง ผลการศึกษาพบว่า กลยุทธ์ในการส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์มีความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีในประเทศไทยมีทั้งหมด 5 กลยุทธ์ได้แก่ 1) การให้ความรู้ 2) การสนับสนุนทางสังคม 3) การให้คำปรึกษารายบุคคลและแบบกลุ่มโดยบุคลากรสุขภาพ 4) การเสริมสร้างแรงเสริมทางบวก และ 5) การติดตามผู้ป่วย  การส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์มีความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวี ควรใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานมากกว่าหนึ่งวิธี โดยคำนึงถึงบริบทของหน่วยงานเป็นสำคัญ ควรมีการศึกษาผลลัพธ์ของแต่ละกลยุทธ์ซ้ำ โดยเพิ่มผลที่สืบเนื่องมาจากความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวี เช่น ระดับซีดี4 หรือปริมาณไวรัสในกระแสเลือดคำสำคัญ : การทบทวนงานวิจัย ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์  ความสม่ำเสมอ ยาต้านไวรัสเอชไอว

    ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติ แรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส

    Get PDF
    oai:ojs.202.29.70.9:article/174งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติ แรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส จำแนกตามตัวแปร ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่ง ระยะเวลาปฏิบัติงานและรายได้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มงานต่างๆ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1, 2 และ 3 จำนวน 321 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 175 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามในรูปแบบมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบที (t-test) การทดสอบเอฟ (F-test) และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวิจัย พบว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส มีทัศนคติ แรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก และจากการเปรียบเทียบ 1) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสที่มีเพศต่างกันมีทัศนคติ แรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกัน 2) เจ้าหน้าที่ที่มีอายุต่างกัน มีแรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านทัศนคติมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) เจ้าหน้าที่ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีทัศนคติ แรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) เจ้าหน้าที่ที่มีตำแหน่งงานต่างกัน มีทัศนคติไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านแรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05   5) เจ้าหน้าที่ที่มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานต่างกัน มีแรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ไม่แตกต่างกันยกเว้นด้านทัศนคติมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 6) เจ้าหน้าที่ที่มีรายได้ต่างกันมีทัศนคติ แรงจูงใจ และผลสัมฤทธิ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลที่ได้จากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้บังคับบัญชาควรส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมการสร้างสัมพันธภาพที่ดีร่วมกัน มีทัศนคติที่ดีต่องานที่ปฏิบัติและผู้รับบริการ มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนางานและพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตลอดจนควรจัดสวัสดิการและค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสมคำสำคัญ : ทัศนคติ แรงจูงใจ ผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวา

    อาจารย์ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ : ท่องแดนกิมจิ (เกาหลี)

    No full text
    หากใคร.

    ประเมินผลการดำเนินงานเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบอันเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ : กรณีจังหวัดนราธิวาส

    No full text
    การวิจัยนี้ เป็นวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินผลการดำเนินงานเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของการดำเนินการ รวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานเยียวยาจากผู้ได้รับความเสียหายฯ จำนวน 380 คน สัมภาษณ์และสนทนากลุ่มผู้ได้รับความเสียหายฯและผู้ปฏิบัติงานเยียวยา จำนวน 50 คน ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาของแบบสอบถามโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และหาค่าความเชื่อมั่นได้ 0.87 ผลการศึกษาพบว่า ผู้ได้รับความเสียหายฯ พึงพอใจต่อการปฏิบัติงานด้านเยียวยาและต่อรูปแบบการช่วยเหลือเยียวยาในระดับปานกลาง พึงพอใจต่อการดูแลของรัฐในระดับมาก จุดอ่อนของการเยียวยาคือ หลักเกณฑ์การเยียวยายังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ขาดการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานเยียวยาเพื่อนำไปสู่การวางแผนเยียวยาอย่างเป็นระบบ จุดแข็งคือ ผู้ได้รับความเสียหายฯมีทัศนะเชิงบวกต่อการเยียวยา และมีการตั้งเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูแลซึ่งกันและกัน ปัญหาและอุปสรรคคือหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาที่ไม่เท่ากันทำให้เกิดความแตกแยก การทำงานเยียวยาไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันคำสำคัญ : การดำเนินงานเยียวยาและฟื้นฟู   ผู้ได้รับความเสียหาย   ผู้ได้รับผลกระทบ   เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต

    เครือข่ายสังคมออนไลน์ : กรณี เฟสบุ๊ค (Facebook) กับการพัฒนาผู้เรียน

    No full text
    ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของระบบอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี การสื่อสาร ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ทางสังคม ที่รู้จักอย่างแพร่หลายว่า “ สังคมออนไลน์ ” ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งพบปะติดต่อสื่อสารระหว่างเพื่อนหรือคนรู้จัก หรือแม้แต่ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะในการแบ่งปันข้อมูลและสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเพื่อการศึกษา ธุรกิจ และความบันเทิงร่วมกัน สื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายประเภท ทั้งนี้ เฟสบุ๊ค (Facebook) เป็นหนึ่งของสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน ได้หลายลักษณะ เช่น โพสต์ข้อความลงในกระดานข่าว ของกลุ่ม โพสต์รูปภาพและวีดิโอที่อัปโหลดโดยสมาชิก ตั้งคำถามและสร้างแบบสำรวจความคิดเห็น (Poll) หรือใช้งานเฟสบุ๊คดอกส์หรือเอกสารของเฟสบุ๊ค ทั้งนี้ ก่อให้เกิดผลสำคัญกับผู้เรียน คือ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างสังคมในชั้น กระตุ้นให้เกิดการศึกษาค้นคว้า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่กว้างขวาง ส่งเสริมการศึกษาตามความสนใจหรือความถนัด และส่งเสริมการบันทึกการอ่าน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สอนควรศึกษาธรรมชาติของระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่จะนำมาใช้อย่างชัดเจน ศึกษาความพร้อมของผู้เรียน เป็นต้นแบบที่ดีในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ติดตามพฤติกรรมการใช้อย่างใกล้ชิดและสร้างเครือข่ายผู้สอนและผู้ปกครองเพื่อประสิทธิภาพของการดูแลผู้เรียนต่อไปคำสำคัญ : เครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ค การพัฒนาผู้เรีย

    เรื่องเล่าชีวิตนักศึกษาในปักกิ่งกับการเรียนภาษาจีนกลาง

    No full text
    เลือกจีน เลือกปักกิ่ง..

    พืชสมุนไพรประจำถิ่นและภูมิปัญญาการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์พื้นบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    No full text
    การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) ในเรื่องชนิดของพืชสมุนไพรประจำถิ่น ความรู้และภูมิปัญญาการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์พื้นบ้านในท้องถิ่นจังหวัดชายแดนใต้ เปรียบเทียบสรรพคุณและการใช้สมุนไพรจำแนกตามอาการ กลุ่มอาการและกลุ่มโรคสำคัญ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามในประชาชนและการสัมภาษณ์ปราชญ์ผู้ทรงภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ในเขตชุมชนและหมู่บ้าน ของอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณา โดยใช้จำนวน ร้อยละ สัดส่วนและค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบว่า มีพืชสมุนไพรหลายชนิดที่นิยมนำมาใช้ในรักษาโรคหรือกลุ่มอาการผิดปกติของร่างกายและแต่ละชนิดที่นำมาใช้จะมีสรรพคุณหลายอย่าง แต่จะมีชื่อเรียกของชนิดและพันธุ์พืชสมุนไพรที่แตกต่างจากท้องถิ่นอื่นๆ และยังพบว่ามีเพียงไม่กี่ชนิดที่นำมาใช้กับโรคหรือกลุ่มอาการที่เหมือนกัน ประชาชนมีความรู้เรื่องการใช้พืชสมุนไพรรักษาโรคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และสนใจในเรื่องการใช้สมุนไพร ภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรมักเป็นเรื่อง การบำบัดรักษาอาการป่วยพื้นฐานในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นอาการ กลุ่มอาการและโรคที่ไม่รุนแรงนักคือ ท้องผูก ท้องเสีย แผลในกระเพาะ ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ  ควรศึกษาร่วมในมิติทางสังคมและวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ คติความเชื่อ หลักศาสนาของชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญการแพทย์พื้นบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อที่จะได้สามารถอนุรักษ์ภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้านนี้ไว้ต่อไปคำสำคัญ : การแพทย์พื้นบ้าน, สมุนไพรท้องถิ่

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇