Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
351 research outputs found
Sort by
การสกัดพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตจากเชื้อ Alcaligenes eutrophus ด้วยสารสกัดเอนไซม์อย่างหยาบจากน้ำสับปะรด
ผลของสับปะรดน้ำหนัก 6395.18 กรัม เมื่อนำมาคั้นแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางจะได้สารสกัดหยาบจากเอนไซม์ เมื่อศึกษากิจกรรมของเอนไซม์โบรมีเลน แอคตีวิตี้เฉพาะ และปริมาณโปรตีนในสารสกัดเอนไซม์อย่างหยาบจากน้ำสับปะรดจะได้สารสกัดเอนไซม์อย่างหยาบที่มีกิจกรรมของเอนไซม์โบรมีเลน 10.76 ยูนิตต่อมิลลิลิตร มีแอคตีวิตี้เฉพาะ 0.094 ยูนิตต่อมิลลิกรัมโปรตีน และมีปริมาณโปรตีน 114.30 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และสภาวะที่เหมาะสมต่อกิจกรรมของสารสกัดหยาบคือ พีเอชเท่ากับ 7 และอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เมื่อนำสารสกัดเอนไซม์อย่างหยาบที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการสกัดพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอต (พีเอชเอ) จากจุลินทรีย์ Alcaligenes eutrophus พบว่า สภาวะที่เหมาะสมต่อการสกัดพีเอชเอ คือ การสกัดระหว่างน้ำหนักเซลล์จุลินทรีย์ 9.57 กรัมต่อลิตร ร่วมกับน้ำสับปะรด 3 มิลลิลิตร ภายใต้ระยะเวลาในการบ่ม 12 ชั่วโมง ซึ่งจะให้ผลผลิตพีเอชเอสูงสุด 7.28 กรัมต่อลิตร (74.93 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเซลล์แห้ง) พีเอชเอที่สกัดได้เมื่อนำมาศึกษาโครงสร้างทางเคมีด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปคโตรสโคปี พบว่าเป็นพอลิเมอร์ชนิดพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรต (พีเอชบี) โดยทำการเปรียบเทียบโครงสร้างกับพีเอชบีทางการค้าคำสำคัญ : Alcaligenes eutrophus พอลิไฮดรอกซีบิวทิเรต เอนไซม์ น้ำสับปะร
ความสัมพันธ์ระหว่างพลังสุขภาพจิตกับการรับรู้ภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้มีมากมาย เนื่องจากผู้ดูแลต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และสภาพร่างกาย อาการของผู้บาดเจ็บที่ไม่แน่นอน ในขณะเดียวกันผู้ดูแลยังคงเผชิญอยู่กับสถานการณ์โหดร้ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน พลังสุขภาพจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ดูแลสามารถผ่านพ้นภาวะวิกฤตของชีวิตได้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพลังสุขภาพจิตกับการรับรู้ภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 100 ราย ในจังหวัดชายแดนใต้ คือ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แบบประเมินข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยและผู้ดูแล 2) แบบประเมินพลังสุขภาพจิตของผู้ดูแล 3) แบบประเมินการรับรู้ภาระการดูแล ซึ่งผ่านการทดสอบความเที่ยงด้วย ครอนบาคของแอลฟ่าเท่ากับ .99 .85 และ .96 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยพลังสุขภาพจิตของผู้ดูแลทั้งโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับสูง ค่าเฉลี่ยการรับรู้ภาระการดูแลของผู้ดูแลโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างพลังสุขภาพจิตกับการรับรู้ภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ดังนั้นพยาบาลควรหาแนวทางในการส่งเสริมพลังสุขภาพจิตของผู้ดูแลให้คงไว้ในระดับสูงต่อไป และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ดูแลให้มีการรับรู้ภาระการดูแลให้อยู่ในระดับที่ต่ำ เพื่อคงไว้ซึ่งการดูแลผู้บาดเจ็บในระดับที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนคำสำคัญ : พลังสุขภาพจิต ผู้ดูแล ภาระการดูแล สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต
การพัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเบื้องต้นบนเว็บ
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนา Algorithms ภาษา FORTRAN เป็น Algorithms ภาษา PHP และพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ PHP เพื่อให้ได้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเบื้องต้นบนเว็บ มีชื่อว่า Elementary Statistical AnalysisSoftware (หรือ โปรแกรม ESAS) โดยโปรแกรมดังกล่าวทำให้มีระบบสารสนเทศทางสถิติ เพื่อใช้ในการตัดสินใจสำหรับการทดสอบค่าเฉลี่ยข้อมูลกรณี 2 ประชากร การวิเคราะห์การถดถอย การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการทดสอบความเป็นอิสระต่อกันของข้อมูลสองประชากรตามลำดับ โดยโปรแกรมที่ถูกพัฒนาในการวิจัยครั้งนี้ สามารถประมวลผลข้อมูลที่มีค่าสถิติ และ ค่า Sig. (Significance : P-value) มีค่าเท่ากันกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Science) นอกจากนั้น โปรแกรม ESAS สามารถคำนวณค่าวิกฤต F พร้อมทั้งสามารถรสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่เป็นภาษาไทย จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นอันมีประโยชน์ต่อการใช้งานในอนาคตต่อไปคำสำคัญ : โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ระบบสารสนเทศทางสถิติ เว็
การสร้างเครื่องย่อยต้นสาคู
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องต้นแบบในการย่อยต้นสาคูโดยการพัฒนาจากเครื่องย่อยต้นสาคูแบบดังเดิม โดยได้นำหลักการทางเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประยุกต์ใช้ จากการประเมินคุณภาพของเครื่องย่อยต้นสาคูที่สร้างขึ้นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นในด้านการออกแบบเครื่อง ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ใช้ประเมินด้วยค่าเฉลี่ยดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (IOC) ของรายการประเมินทั้ง 10 จุดเท่ากับ 0.88 ซึ่ง อยู่ในเกณฑ์มากกว่า 0.5 ในด้านการทำงานของเครื่องย่อยต้นสาคู ประเมินโดยค่าเฉลี่ยดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (IOC) ของรายการประเมินทั้ง 10 จุด เท่ากับ 0.88 อยู่ในเกณฑ์มากกว่า 0.5 จึงสรุปได้ว่าเครื่องย่อยต้นสาคูที่สร้างขึ้นใหม่มีคุณภาพดี โดยสามารถย่อยต้นสาคูได้ในปริมาณที่มากขึ้นและคุณภาพของสาคูที่ได้หลังจากการย่อยมีสภาพละเอียดเหมาะสมกับการนำไปเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร และสามารถนำไปใช้งานได้ประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องย่อยต้นสาคูแบบดั้งเดิมที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายจากกระบวนการย่อยสาคูและปริมาณการย่อยได้น้อยกว่าคำสำคัญ : การสร้าง เครื่องย่อย ต้นสาค
การจัดการดินกรดโดยใช้ปูนและอินทรียวัตถุ
ดินกรด เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีปัญหาทั้งทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูกพืช ปัญหาอาจเกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดิน สภาพทางภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยให้เกิดการชะล้างพังทลาย และจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ใช้ดินไม่ถูกต้อง โดยพื้นที่ทำการเกษตรในภาคใต้มีพื้นที่ประมาณ 27 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ดินเป็นกรด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศภาคใต้เป็นแบบร้อนชื้น ฝนตกชุก ทำให้ธาตุอาหารสำคัญถูกชะล้าง จึงส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินคือ ขาดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และ สังกะสี เป็นต้น ฟอสฟอรัสจะละลายออกมาในสารละลายดินได้น้อยแม้จะมีการใส่ปุ๋ย จึงเป็นข้อจำกัดต่อการเจริญเติบโตของพืช หากต้องการใช้ประโยชน์จากดินเพื่อการเพาะปลูก จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงดินเช่น การใส่ปุ๋ย และการใส่วัสดุปูน เพื่อทำให้ดินนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ มีธาตุอาหารในดินเพิ่มมากขึ้นจนสามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้คำสำคัญ : ดินกรด ปูน อินทรียวัตถ
การเก็บรักษาเอ็มบริโอเจนิคแคลลัสของปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอราในไนโตรเจนเหลวด้วยเทคนิค dehydration และการตรวจสอบความแปรปรวนด้วยเครื่องหมาย SSR
การเตรียมเอ็มบริโอเจนิคแคลลัสของปาล์มน้ำมันด้วยวีธีการ dehydration เพื่อเก็บรักษาพันธุกรรมปาล์มน้ำมันในไนโตรเจนเหลว พบว่า การ preconditioning บนอาหารสูตร Murashige and Skoog (MS) ที่มีน้ำตาลซูโครสความเข้มข้น 0.25 โมลาร์ เป็นเวลา 3 วัน และ 0.5 โมลาร์ เป็นเวลา 4 วัน ก่อนนำไป dehydration ในตู้ดูดความชื้นที่บรรจุซิลิกาเจลปริมาณ 160 กรัม เป็นเวลา 18 ชั่วโมง (ความชื้นภายในเนื้อเยื่อ 17.6 เปอร์เซ็นต์) ก่อนเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลวและวางเลี้ยงบนอาหารสูตร ARDA ในสภาพมืดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วย้ายไปที่มีแสงอีก 6 สัปดาห์ ให้การพัฒนาเป็นโซมาติกเอ็มบริโอสูงที่สุด 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักสดเฉลี่ย 782.5 มิลลิกรัม และจำนวนโซมาติกเอ็มบริโอ 8.4 เอ็มบริโอต่อแคลลัส สำหรับการตรวจสอบความแปรปรวนทางพันธุกรรมของต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ผ่านและไม่ผ่านการเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลวด้วยวิธีการข้างต้น โดยใช้เครื่องหมาย Simple sequence repeats (SSR) (ไพรเมอร์ 8 คู่) พบว่า ไพรเมอร์ทุกคู่ให้แถบดีเอ็นเอที่มีลักษณะ monomorphism แสดงให้เห็นว่า การเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลวด้วยวิธีการดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรมคำสำคัญ : ปาล์มน้ำมัน เอ็มบริโอเจนิคแคลลัส การเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลว การทำให้แห้
พรหมวิหาร : ธรรมแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งของสังคมไทย
บ้านเมืองไทยเกิดความขัดแย้งมากมายภายในสังคม เนื่องจากปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลกระทบให้ความขัดแย้งนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งที่สร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่จบสิ้นนั้นมาจากมนุษย์ มนุษย์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เกิดความขัดแย้งภายในสังคมหลักธรรมที่จะสามารถสลายความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีของคนในสังคมคือ หลักพรหมวิหารธรรม ควรนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขความขัดแย้ง เพราะหลักพรหมวิหารธรรม มีเนื้อหาครอบคุลมทั้งด้านการกระทำทางกาย วาจา และใจ อันนำมาสู่การแก้ไขปัญหาคำสำคัญ : พรหมวิหาร ความขัดแย้ง การแก้ไขความขัดแย้
การดูแลบิดามารดาตามแนวทางพระพุทธศาสนา
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาทที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงบิดามารดาโดยสรุปมี 2 ประการ คือ การบำรุงบิดามารดาทางร่างกายและการบำรุงบิดามารดาทางใจ โดยแบ่งการบำรุงทั้งสองประการดังกล่าวออกเป็น 2 ประเภท คือ การบำรุงที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระ บิดามารดาเป็นผู้ทำอุปการะก่อน เรียกว่า บุพการี ส่วนบุตรธิดาเป็นผู้รู้อุปการะที่พ่อแม่ทำแล้วและตอบแทน เรียกว่า กตัญญูกตเวที นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่ควรปลูกฝังให้มีในใจของบุตรธิดาอีกมีคารวะ 6 และทิศ 6 เป็นต้นคำสำคัญ : การดูแล บิดามารดา แนวพระพุทธศาสน
การพัฒนาศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดนราธิวาส
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศาสนาสถานโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดนราธิวาส มีระยะดำเนินการ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 - 31 พฤษภาคม 2556 แบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหา/ความต้องการ ในประเด็นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ ระยะที่ 2 การวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล อีหม่าม ผู้นำชุมชน ผู้แทนวัด จำนวน 20 คน ระยะที่ 3 การวางแผนร่วมกับภาคเครือข่ายเพื่อพัฒนาศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพตามสภาพปัญหาในพื้นที่ความต้องการของพื้นที่ ระยะที่ 4 การดำเนินกิจกรรมพัฒนา ศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพตามสภาพปัญหาและความต้องการของพื้นที่โดยการให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วม และระยะที่ 5 ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบประเมินเกณฑ์มาตรฐานศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่าศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ จังหวัดนราธิวาสมีจำนวนรวม 773 แห่ง เมื่อมีการพัฒนาโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เมื่อแยกเป็นสถานที่วัด มัสยิด และสถานศึกษาปอเนาะ พบว่า จำนวนวัด 73 แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 95.89 จำนวนมัสยิด 638 แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 90.12 และจำนวนปอเนาะ 62 แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 80.64 จากผลการศึกษาผู้วิจัยเสนอว่า การพัฒนาศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของระบบการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชนโดยใช้ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสุขภาพคำสำคัญ : ศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ การมีส่วนร่วมของชุมช
การศึกษาการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นชายฝั่งทะเล
การวิจัยนี้ เป็นการศึกษาการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นชายฝั่งทะเล โดยมีขนาดของเครื่องผลิตไฟฟ้า กว้าง 1.5 m ยาว 1.4 m สูง 1.5 m ด้านหน้ามีทุ่นลอยขึ้นลงตามความสูงของคลื่น ขนาด กว้าง 1 m ยาว 1.4 m สูง 0.2 m และมีชุดกลไกขับอัลเตอร์เนเตอร์ ประกอบด้วย ชุดโซ่ และเฟืองปรับความเร็วรอบ เพื่อผลิตไฟฟ้า ในการพัฒนาจะทำการทดลองในห้องปฏิบัติการและดำเนินการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะนำเครื่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเลไปทดลองในสถานที่จริง ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และบ้านอ่าวมะนาว อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยต่อโหลดขนาด 50 และ 100 W เพื่อวัดเป็นกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ จากการวิจัย พบว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะเริ่มทำงานเมื่อคลื่นมีความสูงตั้งแต่ 0.1 m ถึง 0.6 m โดยที่คลื่นในอ่าวไทยมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 0.4 m เครื่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเลที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเมื่อคาบเวลาของคลื่นเท่ากับ 4 วินาทีต่อลูก ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าสูงสุดที่ได้จากห้องทดลองและในการทดลองเครื่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเลในสถานที่ทดลองจริงอยู่ที่ 217.56 W ขณะไม่มีโหลด และได้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 32.5 W ขณะรับโหลด 50 W ตามลำดับคำสำคัญ : คลื่นชายฝั่งทะเล อัลเตอร์เนเตอร์ คาบเวลาของคลื่