2 research outputs found

    ศักยภาพของสาหร่ายเพื่อการเป็นพรีไบโอติดและการประยุกต์ใช้

    No full text
    The global population is interested in healthy food consumption, nutritional trends, and sources of prebiotics. Algae are rich in nutritional composition, including carbohydrates, protein, and unsaturated fatty acids, and they have high biological properties. Polysaccharide from algae has prebiotic potential and can be applied to health food product corporations. There are antioxidants, anticancer, lower blood pressure, and biological activities. This review provides an overview of algae, including macro- and micro-algae, as well as nutrition, prebiotic, and food applications. The interaction of algae prebiotic and probiotic are combined, and their health benefits.ประชากรโลกมีความสนใจในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ มีคุณค่าทางอาหาร และเป็นแหล่งของพรีไบโอติก สาหร่ายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และกรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพสูง ซึ่งพอลิแซ็กคาไรด์จากสาหร่ายมีศักยภาพการเป็นพรีไบโอติก และสามารถประยุกต์ใช้สำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ลดความดันโลหิต และคุณสมบัติเชิงสุขภาพหลากหลาย บทความนี้กล่าวถึงสาหร่ายทั้งสาหร่ายขนาดใหญ่และขนาดเล็ก คุณค่าทางอาหารของสาหร่าย ศักยภาพของสาหร่ายเพื่อเป็นสารพรีไบโอติกและการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร และการทำงานของพรีไบโอติกจากสาหร่ายร่วมกับโพรไบโอติกรวมทั้งผลต่อการส่งเสริมสุขภา

    การเพาะเลี้ยงยีสต์ร่วมกับจุลินทรีย์อื่นเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ร่วมที่มีมูลค่า

    No full text
    Currently yeasts are primarily utilized in the food and fermented beverage industry. Co-culturing yeast with microorganisms can potentially produce valuable compounds for food production. This article highlights the benefits of co-culturing yeast with microorganisms. When multiple yeast strains are grown together, they are commonly used in fermented food and beverage products to enhance flavor. This co-cultivation enhances biological activity, increasing the potential for producing higher-value products compared to single-strain cultures, and it also provides unique and beneficial health-promoting properties, as seen in cocoa fermentation and soy sauce production. Co-cultivation of yeast and bacteria is commonly used in the production of fruit juices, dairy products, kimchi, and sourdough bread. These products are primarily derived from the fermentation activities of yeast and lactic acid bacteria (LAB), resulting in high nutritional value, improved sensory properties, extended shelf life, and the addition of biologically active substances. This method also acts as a preservative. Additionally, growing yeast together with algae yields beneficial polysaccharides and essential minerals. Co-cultures promote growth, increase aroma, and enhance protein content during fermentation, thereby increasing the potential to produce high-value co-products. Co-culturing yeast with microorganisms is beneficial for enhancing the production of high-value co-products and improving performance and quality, particularly in the food industry. These systems can be controlled with synthetic biology systems to produce high-value compounds and microbial co-cultures have been shown to influence the production of high-value bioactive substances.ปัจจุบันยีสต์ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มหมักเป็นหลัก การเพาะเลี้ยงยีสต์ร่วมกับจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่น ๆ สามารถผลิตสารประกอบหรือมีมูลค่าสำหรับการผลิตอาหารได้ บทความนี้กล่าวถึงประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงยีสต์ร่วมกับจุลินทรีย์อื่น การปรับปรุงกิจกรรมทางชีวภาพสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าการเพาะเลี้ยงยีสต์สายพันธุ์เดี่ยว การเพาะเลี้ยงยีสต์หลายสายพันธุ์ร่วมกัน มักจะใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหมักเพื่อเพิ่มรสชาติและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว และมีประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การหมักโกโก้และการผลิตซอสถั่วเหลือง การเพาะเลี้ยงร่วมของยีสต์และแบคทีเรียมักพบในการผลิตน้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์นม กิมจิ และขนมปังซาวโดวจ์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้จากการหมักยีสต์และแบคทีเรียกรดแล็กติก (LAB) ส่งผลให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง คุณสมบัติทางประสาทสัมผัสดีขึ้น และเพิ่มสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ มีอายุการเก็บรักษายาวนานขึ้นเนื่องจากการหมักแบคทีเรียกรดแล็กติก ร่วมกับยีสต์ในการหมักอาหาร จะช่วยยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสีย เพราะแบคทีเรียเหล่านี้ผลิตกรดแล็กติกและสารต้านจุลชีพ (เช่น แบคทีริโอซิน) ที่สามารถสร้างสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเน่าเสีย นอกจากนี้ยังพบว่า สาหร่ายซึ่งอุดมไปด้วยโพลิแซ็กคาไรด์ที่เป็นประโยชน์มีบทบาทสำคัญในกระบวนการหมักร่วมกับยีสต์ โดยเป็นทั้งแหล่งพลังงาน สารตั้งต้นในการสร้างสารสำคัญ และมีส่วนช่วยเพิ่มคุณสมบัติทางกายภาพและสุขภาพของผลิตภัณฑ์และแร่ธาตุที่จําเป็น เพิ่มกลิ่นต่าง ๆ เช่น เอสเทอร์ ที่ยีสต์ผลิตขึ้นมักจะเป็นตัวที่เพิ่มความหอมหวานให้กับผลิตภัณฑ์ และแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณโปรตีนในกระบวนการหมักจากการเพิ่มจำนวนเซลล์ยีสต์ การใช้ประโยชน์จากโปรตีนที่อยู่ในสาหร่ายโดยตรง หรือการสังเคราะห์โปรตีนใหม่จากสารอาหารที่ย่อยสลายในกระบวนการ ดังนั้นการเพาะเลี้ยงยีสต์ร่วมกับจุลินทรีย์อื่นจึงมีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลิตภัณฑ์ร่วมที่มีมูลค่าสูง และปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพในด้านการเพิ่มกลิ่นและรสชาติ เนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น รวมไปถึงการยืดอายุการเก็บรักษาในอุตสาหกรรมอาหารได้ ระบบเหล่านี้สามารถควบคุมด้วยระบบชีววิทยาสังเคราะห์เพื่อผลิตสารประกอบที่มีมูลค่าสูง ส่งผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภา
    corecore